จำนวนคน องค์ประชุม และมติ — ตัวเลข 'คน' ที่ทำให้การจัดซื้อเป็นโมฆะได้
ตัวเลขในเรื่องคณะกรรมการมี 4 ชุดที่ต้องแยกให้ขาด: (ก) องค์ประกอบ — ข้อ 26 วรรคหนึ่ง กำหนด 'ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน' คือขั้นต่ำ 3 คน และวรรคสองจำกัดว่าบุคคลอื่น (นอกข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ/พนักงานราชการ ฯลฯ) ต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง (ข) องค์ประชุม — ข้อ 27 วรรคหนึ่ง 'ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด' บวกเงื่อนไขเด็ดขาดว่าประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง (ค) มติ — ข้อ 27 วรรคสอง ถือเสียงข้างมาก ประธานออกเสียงชี้ขาดได้ **เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์** ซึ่งเป็นข้อยกเว้นเดียวและสำคัญที่สุด (ง) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ = 'ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า' ตามนิยาม 'ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน' ใน ข้อ 4 — เป็นตัวเลขที่ใช้ตัดสินว่าผู้ยื่นข้อเสนอสองรายเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ หมวด 7 ใหม่ (พ.ศ. 2569) ข้อ 190/5 (3) ยังยกโครงองค์ประกอบและองค์ประชุมชุดเดียวกันนี้มาใช้กับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่เพิ่มเงื่อนไขว่าต้องมีผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิร่วมด้วยอย่างน้อย 1 คน
ขั้นตอนปฏิบัติ
- 1. ตอนออกคำสั่งแต่งตั้ง: ระบุประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการอย่างน้อย 2 คน จากบุคลากรตามบัญชีใน ข้อ 26 วรรคหนึ่ง — และอย่าลืมกำหนด 'ระยะเวลาในการพิจารณา' ไว้ในคำสั่งเดียวกันตาม ข้อ 25 วรรคหนึ่ง
- 2. ถ้าจะตั้งบุคคลอื่น (นอกบัญชีวรรคหนึ่ง) ต้องนับให้แน่ว่าไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง ตาม ข้อ 26 วรรคสอง
- 3. ตรวจ ข้อ 26 วรรคสาม — ห้ามตั้งคนที่เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรรมการพิจารณาผลการสอบราคา หรือกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก มาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน
- 4. ตอนประชุม: นับองค์ประชุมกึ่งหนึ่งจาก 'จำนวนกรรมการทั้งหมด' (รวมบุคคลอื่นด้วย) และประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง ถ้าประธานปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ต้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานคนใหม่ก่อน (ข้อ 27 วรรคหนึ่ง) — ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามวรรคหกที่เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564
- 5. ตอนลงมติ: คณะกรรมการทั่วไปใช้เสียงข้างมาก ประธานชี้ขาดเมื่อเท่ากัน · **คณะกรรมการตรวจรับพัสดุต้องเอกฉันท์** ถ้ามีกรรมการคนใดไม่เห็นด้วย ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งแล้วเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการ (ข้อ 27 วรรคสาม ประกอบ ข้อ 175 (7) และ ข้อ 176 (7))
- 6. ตรวจการมีส่วนได้เสีย: กรรมการเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาไม่ได้ ถ้าทราบว่าตนมีส่วนได้เสีย ต้องลาออกจากคณะกรรมการนั้นและรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (ข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้า)
- 7. ตรวจผู้ยื่นข้อเสนอว่าเป็น 'ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน' หรือไม่ โดยใช้เกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ = ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า ตาม ข้อ 4 และอย่าลืมนับหุ้นของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะรวมด้วย
- 8. เฉพาะงานก่อสร้างในขอบเขต ข้อ 190/2: ถ้าเกิดเหตุตาม ข้อ 190/3 (3)(ก)-(ง) ต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตาม ข้อ 190/5 (3) ซึ่ง **บังคับ** ต้องมีผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 1 คน (ต่างจาก ข้อ 26 วรรคสี่ ที่เป็นเพียง 'ควร')
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ⚠️ เข้าใจว่าคณะกรรมการซื้อหรือจ้างต้องมี 3 คนพอดี — ข้อ 26 เขียนว่า 'กรรมการอย่างน้อย ๒ คน' คือขั้นต่ำ ไม่ใช่จำนวนตายตัว และไม่มีเพดานบน
- ⚠️ นับองค์ประชุมกึ่งหนึ่งแล้วประชุมทั้งที่ประธานไม่อยู่ — ข้อ 27 วรรคหนึ่ง บังคับว่าประธานกรรมการต้องอยู่ด้วย 'ทุกครั้ง' และการแก้คือให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานคนใหม่ ไม่ใช่ให้ที่ประชุมเลือกกันเองอย่าง มาตรา 25
- ⚠️ ใช้เสียงข้างมากในคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ — ข้อ 27 วรรคสอง ยกเว้นไว้ชัดว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 'ให้ถือมติเอกฉันท์' นี่คือข้อยกเว้นเดียวในวรรคนั้น
- ⚠️ ตั้งกรรมการพิจารณาผลคนเดิมเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ — ข้อ 26 วรรคสาม ห้ามไว้ในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน
- ⚠️ ตั้งบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการจำนวนมากกว่ากรรมการที่เป็นบุคลากรของรัฐ — ข้อ 26 วรรคสอง จำกัดว่าต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง
- ⚠️ นำเกณฑ์ร้อยละยี่สิบห้าไปใช้ตัดสินว่ากรรมการมีส่วนได้เสียหรือไม่ — ข้อ 4 นิยามไว้สำหรับตัดสิน 'ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน' ของผู้ยื่นข้อเสนอ ส่วนการมีส่วนได้เสียของกรรมการให้ไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ข้อ 27 วรรคสี่)
- ⚠️ เข้าใจว่าถือหุ้นร้อยละยี่สิบห้าพอดีก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ — ตัวบทเขียนว่า 'เกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า' ถือพอดี 25% จึงไม่เข้านิยาม
- ⚠️ นำเกณฑ์ 3 คน และองค์ประชุมกึ่งหนึ่ง ไปบังคับกับคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือแบบรูปรายการงานก่อสร้าง — ข้อ 21 วรรคสี่ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐกำหนดเอง ไม่ผูกกับ ข้อ 26/ข้อ 27
- ⚠️ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตาม ข้อ 190/5 (3) โดยไม่มีผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิ — ข้อนี้ใช้คำว่า 'ต้องมี…อย่างน้อย ๑ คน' ต่างจาก ข้อ 26 วรรคสี่ ที่ใช้คำว่า 'ควรแต่งตั้ง'