หน้าแรก / บทความ / การมีส่วนได้เสีย: สองชุดที่ต้องตรวจพร้อมกัน แต่ห้ามใช้สลับกัน

การมีส่วนได้เสีย: สองชุดที่ต้องตรวจพร้อมกัน แต่ห้ามใช้สลับกัน

เผยแพร่ 2569-08-17 อ่าน 7 นาที

ข้อ 27 วรรคสี่ใช้กับกรรมการฝ่ายรัฐ ส่วนข้อ 133 ใช้กับผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง คนละคน คนละคู่เทียบ และใช้เกณฑ์คนละฉบับ บทความนี้แยกให้ชัด พร้อมเตือนกับดักตัวเลขร้อยละยี่สิบห้า

คำว่า “มีส่วนได้เสีย” ในงานจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้มีชุดเดียว มีอย่างน้อยสองชุดที่ต้องตรวจพร้อมกันในงานเดียวกัน แต่ใช้กับคนละฝ่าย ถ้าหยิบสลับกันจะได้คำตอบที่ผิด

ชุดที่ 1 — ฝ่ายรัฐ (ข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้า)

ประธานกรรมการและกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น ทั้งนี้ การมีส่วนได้เสียในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณาของประธานกรรมการและกรรมการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ข้อ 27 วรรคสี่ →

จุดสำคัญคือท้ายวรรค — ระเบียบไม่ได้เขียนเกณฑ์เอง แต่ส่งเรื่องไปให้กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเป็นตัวชี้ขาด เวลาจะวินิจฉัยว่ากรรมการคนหนึ่งมีส่วนได้เสียหรือไม่ ต้องไปเปิดกฎหมายฉบับนั้น ไม่ใช่หาเกณฑ์ในระเบียบพัสดุ

หากประธานหรือกรรมการทราบว่าตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น ให้ประธานหรือกรรมการผู้นั้นลาออกจากการเป็นประธานหรือกรรมการในคณะกรรมการที่ตนได้รับการแต่งตั้งนั้น และให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป
ข้อ 27 วรรคห้า →
ออกจากห้องประชุมอย่างเดียวไม่พอ
มาตรา 25 ของ พ.ร.บ. (ใช้กับคณะกรรมการนโยบาย) กำหนดว่ากรรมการที่มีส่วนได้เสีย “ห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมหรือมีมติในเรื่องนั้น” แต่ข้อ 27 วรรคห้า (ใช้กับคณะกรรมการซื้อหรือจ้าง) สั่งให้ “ลาออกจากการเป็นประธานหรือกรรมการ” แล้วรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผลต่างกันคนละระดับ การหยิบมาตรา 25 มาใช้แทนข้อ 27 ทำให้เข้าใจผิดว่าแค่ไม่ร่วมประชุมเรื่องนั้นก็พอ

ชุดที่ 2 — ผู้ให้บริการออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง (ข้อ 133)

ข้อ 133 เป็นข้อห้ามส่วนได้เสียอีกชุดหนึ่ง แต่ผู้ถูกห้ามคือ “ผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” ที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และคู่เทียบคือ “ผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น” เกณฑ์วัดเขียนไว้ในข้อ 133 เองสองลักษณะ คือความสัมพันธ์โดยตรง (ผู้ให้บริการเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างในงานเดียวกันเอง) และความสัมพันธ์โดยอ้อม (ผู้ให้บริการไปรับจ้างให้กับคู่สัญญาก่อสร้างในงานที่ตนคุม) ไม่ได้ส่งไปกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองแบบข้อ 27

ข้อ 27 วรรคสี่ข้อ 133
ห้ามใครประธานและกรรมการฝ่ายรัฐผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง
เทียบกับใครผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้นผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น
ใช้เกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองความสัมพันธ์โดยตรง/โดยอ้อม ตามข้อ 133 เอง
เมื่อทราบว่าเข้าข่ายลาออกจากกรรมการ และรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (ข้อ 27 วรรคห้า)ข้อ 133 วางเป็นข้อห้าม ไม่ได้กำหนดวิธีดำเนินการไว้ในข้อเดียวกัน

กับดัก: ตัวเลขร้อยละยี่สิบห้า ไม่ใช่เกณฑ์ของกรรมการ

อย่าเอาข้อ 4 มาใช้ตัดสินกรรมการ
ตัวเลขร้อยละยี่สิบห้าในข้อ 4 คือนิยามของ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” (ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า) ซึ่งใช้ประกอบนิยาม “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” เพื่อชี้ว่าผู้ยื่นข้อเสนอที่เข้าเสนอราคาในคราวเดียวกัน มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ไม่ได้ใช้กับการมีส่วนได้เสียของกรรมการ ซึ่งข้อ 27 วรรคสี่ส่งไปให้ กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเป็นเกณฑ์ และกฎหมายฉบับนั้นไม่มีเกณฑ์ร้อยละเรื่องส่วนได้เสีย

ถ้ารู้ทีหลังว่ากรรมการมีส่วนได้เสีย การจัดซื้อเสียไปไหม

ต้องอ่านมาตรา 13 คู่กับข้อ 27 วรรคห้า มาตรา 13 วรรคสองเป็นบทผ่อนผันว่า ถ้าพบภายหลังแต่ไม่มีนัยสำคัญ การจัดซื้อจัดจ้างไม่เสียไป ขณะที่ข้อ 27 วรรคห้าบอกวิธีจัดการตัวบุคคล คือให้ลาออกและรายงาน สองเรื่องนี้ไม่หักล้างกัน แม้ผลของการจัดซื้อจะไม่เสียไป กรรมการผู้นั้นก็ยังมีหน้าที่ต้องลาออกและรายงานอยู่ดี

คณะกรรมการชุดอื่นก็โดนด้วย

ข้อห้ามส่วนได้เสียตามข้อ 27 ไม่ได้จำกัดแค่คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง เพราะมีตัวบทอื่นดึงข้อ 27 ไปใช้โดยอนุโลมอีกหลายจุด ได้แก่ ข้อ 107 (คณะกรรมการดำเนินงานจ้างที่ปรึกษา) ข้อ 143 (งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง) ข้อ 98 (คณะกรรมการแลกเปลี่ยนพัสดุ) ข้อ 214 (คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง) และข้อ 190/5 (3) ของหมวด 7 ใหม่ ซึ่งอ้างข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้าเป็นตัวอักษร

ตัวบทที่ใช้ในบทความนี้

6 รายการ
ข้อ 27 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 2 — กระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการ งานก่อสร้าง
ข้อ ๒๗ การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โ…
ข้อ 133 ระเบียบฯ 2560 · พิเศษ — บททั่วไป
ข้อ ๑๓๓ ผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ต้องไม่มีส่วนได้เสียกับผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น ในลักษณะดังต่อไปนี้ …
มาตรา 13 พ.ร.บ. 2560 · พิเศษ — บททั่วไป
มาตรา ๑๓ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ผู้ที่มีหน้าที่ดำเนินการต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับ ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในงานนั้น ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าผู้ที่มีหน้าท…
มาตรา 25 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 1 — คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๕ การประชุมคณะกรรมการนโยบาย ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ…
ข้อ 4 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — นิยาม
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ ดังต่อไปนี้ (๑) ราชการส่วนกลาง หมายถึง อธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เร…
ข้อ 5 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 2 — การมีส่วนได้เสียในเรื่องที่ประชุมพิจารณา
ข้อ ๕ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าประธานกรรมการหรือกรรมการในคณะกรรมการนโยบาย คณะกรรมการวินิจฉัย คณะกรรมการราคากลาง คณะกรรมการ ค.ป.ท. และคณะกรรมการพิจารณา อุทธร…
ข้อจำกัด
บทความนี้เขียนจากตัวบทที่เทียบกับราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพื่อการศึกษาและอ้างอิงเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย กรณีมีข้อพิพาทโปรดหารือหน่วยงานที่รับผิดชอบ

บทความอื่น

องค์ประชุมและมติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ — จุดที่พลาดแล้วมติเสียทั้งครั้ง

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นชุดเดียวในข้อ 25 ที่ต้องมีมติเอกฉันท์ ส่วนกติกาว่าประธานต้องอยู่ทุกครั้งใช้กับคณะกรรมการซื้อหรือจ้างทุกคณะ บทความนี้ไล่ให้ครบว่าองค์ประชุมนับจากฐานไหน และกรณีประธานไม่อยู่ต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ทำให้มติเสีย

อ่าน 6 นาที คณะกรรมการตรวจรับพัสดุองค์ประชุมมติเอกฉันท์

คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างประชุมออนไลน์ได้ไหม — ได้ ตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2564

ข้อ 27 ที่พิมพ์อยู่ในเอกสารเก่าหลายฉบับมีแค่ 5 วรรค แต่ฉบับที่ใช้บังคับจริงมี 6 วรรค เพราะระเบียบฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 เพิ่มวรรคหกเรื่องการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามา

อ่าน 4 นาที ประชุมอิเล็กทรอนิกส์ข้อ 27ระเบียบฉบับที่ 2

หมวด 7 ใหม่ปี 2569 — ประเมินผลผู้ประกอบการ ใครโดน และโดนเมื่อไหร่

ระเบียบฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 ยกเลิกข้อ 190 และข้อ 191 เดิม แล้วใช้หมวด 7 ใหม่แทน รวมถึงข้อ 190/1 ถึง 190/9 เป็นระบบประเมินผลผู้ประกอบการ มีผลตั้งแต่ 10 กรกฎาคม 2569 บทความนี้สรุปว่าใครอยู่ในข่าย ใครเป็นผู้ประเมิน และเหตุที่ทำให้ถูกประเมินมีอะไรบ้าง

อ่าน 6 นาที ประเมินผลผู้ประกอบการหมวด 7ระเบียบฉบับที่ 3