คำว่า “มีส่วนได้เสีย” ในงานจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้มีชุดเดียว มีอย่างน้อยสองชุดที่ต้องตรวจพร้อมกันในงานเดียวกัน แต่ใช้กับคนละฝ่าย ถ้าหยิบสลับกันจะได้คำตอบที่ผิด
ชุดที่ 1 — ฝ่ายรัฐ (ข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้า)
ประธานกรรมการและกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น ทั้งนี้ การมีส่วนได้เสียในเรื่องซึ่งที่ประชุมพิจารณาของประธานกรรมการและกรรมการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
จุดสำคัญคือท้ายวรรค — ระเบียบไม่ได้เขียนเกณฑ์เอง แต่ส่งเรื่องไปให้กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเป็นตัวชี้ขาด เวลาจะวินิจฉัยว่ากรรมการคนหนึ่งมีส่วนได้เสียหรือไม่ ต้องไปเปิดกฎหมายฉบับนั้น ไม่ใช่หาเกณฑ์ในระเบียบพัสดุ
หากประธานหรือกรรมการทราบว่าตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น ให้ประธานหรือกรรมการผู้นั้นลาออกจากการเป็นประธานหรือกรรมการในคณะกรรมการที่ตนได้รับการแต่งตั้งนั้น และให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป
ชุดที่ 2 — ผู้ให้บริการออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง (ข้อ 133)
ข้อ 133 เป็นข้อห้ามส่วนได้เสียอีกชุดหนึ่ง แต่ผู้ถูกห้ามคือ “ผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” ที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และคู่เทียบคือ “ผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น” เกณฑ์วัดเขียนไว้ในข้อ 133 เองสองลักษณะ คือความสัมพันธ์โดยตรง (ผู้ให้บริการเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างในงานเดียวกันเอง) และความสัมพันธ์โดยอ้อม (ผู้ให้บริการไปรับจ้างให้กับคู่สัญญาก่อสร้างในงานที่ตนคุม) ไม่ได้ส่งไปกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองแบบข้อ 27
| ข้อ 27 วรรคสี่ | ข้อ 133 | |
|---|---|---|
| ห้ามใคร | ประธานและกรรมการฝ่ายรัฐ | ผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง |
| เทียบกับใคร | ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาในการซื้อหรือจ้างครั้งนั้น | ผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น |
| ใช้เกณฑ์ของ | กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง | ความสัมพันธ์โดยตรง/โดยอ้อม ตามข้อ 133 เอง |
| เมื่อทราบว่าเข้าข่าย | ลาออกจากกรรมการ และรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (ข้อ 27 วรรคห้า) | ข้อ 133 วางเป็นข้อห้าม ไม่ได้กำหนดวิธีดำเนินการไว้ในข้อเดียวกัน |
กับดัก: ตัวเลขร้อยละยี่สิบห้า ไม่ใช่เกณฑ์ของกรรมการ
ถ้ารู้ทีหลังว่ากรรมการมีส่วนได้เสีย การจัดซื้อเสียไปไหม
ต้องอ่านมาตรา 13 คู่กับข้อ 27 วรรคห้า มาตรา 13 วรรคสองเป็นบทผ่อนผันว่า ถ้าพบภายหลังแต่ไม่มีนัยสำคัญ การจัดซื้อจัดจ้างไม่เสียไป ขณะที่ข้อ 27 วรรคห้าบอกวิธีจัดการตัวบุคคล คือให้ลาออกและรายงาน สองเรื่องนี้ไม่หักล้างกัน แม้ผลของการจัดซื้อจะไม่เสียไป กรรมการผู้นั้นก็ยังมีหน้าที่ต้องลาออกและรายงานอยู่ดี
คณะกรรมการชุดอื่นก็โดนด้วย
ข้อห้ามส่วนได้เสียตามข้อ 27 ไม่ได้จำกัดแค่คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง เพราะมีตัวบทอื่นดึงข้อ 27 ไปใช้โดยอนุโลมอีกหลายจุด ได้แก่ ข้อ 107 (คณะกรรมการดำเนินงานจ้างที่ปรึกษา) ข้อ 143 (งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง) ข้อ 98 (คณะกรรมการแลกเปลี่ยนพัสดุ) ข้อ 214 (คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง) และข้อ 190/5 (3) ของหมวด 7 ใหม่ ซึ่งอ้างข้อ 27 วรรคสี่และวรรคห้าเป็นตัวอักษร
