หน้าแรก / บทความ / องค์ประชุมและมติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ — จุดที่พลาดแล้วมติเสียทั้งครั้ง

องค์ประชุมและมติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ — จุดที่พลาดแล้วมติเสียทั้งครั้ง

เผยแพร่ 2569-08-17 อ่าน 6 นาที

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นชุดเดียวในข้อ 25 ที่ต้องมีมติเอกฉันท์ ส่วนกติกาว่าประธานต้องอยู่ทุกครั้งใช้กับคณะกรรมการซื้อหรือจ้างทุกคณะ บทความนี้ไล่ให้ครบว่าองค์ประชุมนับจากฐานไหน และกรณีประธานไม่อยู่ต้องทำอย่างไรจึงจะไม่ทำให้มติเสีย

เวลามีปัญหาว่า “มติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุครั้งนี้ใช้ได้หรือไม่” คำตอบไม่ได้อยู่ในข้อเดียว ต้องเปิดพร้อมกันอย่างน้อย 3 จุด คือ มาตรา 100 (ที่มาของอำนาจ) ข้อ 26 (จำนวนกรรมการ) และข้อ 27 (องค์ประชุมกับมติ) ถ้าดูข้อ 27 ข้อเดียวจะตอบผิดได้ง่ายมาก เพราะฐานที่ใช้คำนวณ “กึ่งหนึ่ง” ไม่ได้อยู่ในข้อ 27

1. อำนาจมาจากไหน

มาตรา 100 วรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แล้ววรรคสองโยนรายละเอียดทั้งหมดไปให้ระเบียบ

องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 100 วรรคสอง →

คำว่า “องค์ประชุม” ในวรรคนี้เองที่พาเราไปที่ข้อ 27 และคำว่า “องค์ประกอบ” พาไปที่ข้อ 26 — สองข้อนี้จึงต้องอ่านคู่กันเสมอ

2. ฐานที่ใช้คำนวณกึ่งหนึ่ง อยู่ที่ข้อ 26 ไม่ใช่ข้อ 27

คณะกรรมการซื้อหรือจ้างตามข้อ ๒๕ แต่ละคณะประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน
ข้อ 26 วรรคหนึ่ง →

แปลว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีอย่างน้อย 3 คน และข้อ 26 วรรคสองยังเปิดให้ตั้ง “บุคคลอื่น” ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมเป็นกรรมการได้ด้วย โดยต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง

จุดที่คนพลาดบ่อย
การตั้งกรรมการเพิ่มระหว่างทางโดยไม่ทันคิด จะเปลี่ยน “จำนวนกรรมการทั้งหมด” ไปโดยปริยาย และเปลี่ยนองค์ประชุมที่ต้องใช้ตามไปด้วย เพราะข้อ 27 นับกึ่งหนึ่งจากจำนวนที่ตั้งไว้จริงตามข้อ 26 ไม่ใช่จากจำนวนขั้นต่ำ 3 คน

3. องค์ประชุม และเงื่อนไขเรื่องประธาน

การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม หากประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่เป็นประธานกรรมการแทน
ข้อ 27 วรรคหนึ่ง →

ประโยคสุดท้ายคือจุดที่ต่างจากคณะกรรมการนโยบายตามมาตรา 25 อย่างชัดเจน — ถ้าประธานมาไม่ได้ คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง “เลือกกันเองในที่ประชุม” ไม่ได้ ต้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานคนใหม่เท่านั้น

อย่าหยิบมาตรา 25 มาใช้แทน
มาตรา 25 ของ พ.ร.บ. ก็ใช้องค์ประชุม “กึ่งหนึ่ง” เหมือนกัน จนถูกนำมาปนกันบ่อย แต่มาตรา 25 อยู่ในหมวดคณะกรรมการระดับนโยบาย และเปิดให้เลือกประธานในที่ประชุมแทนได้ ซึ่งคณะกรรมการซื้อหรือจ้างทำแบบนั้นไม่ได้ ความต่างตรงนี้กระทบความชอบด้วยกฎหมายของมติโดยตรง

4. มติ — ตรวจรับพัสดุต้องเอกฉันท์

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์
ข้อ 27 วรรคสอง →

ข้อยกเว้นท้ายวรรคนี้คือหัวใจ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างชุดอื่น ๆ ทั้ง 4 ชุดตามข้อ 25 ใช้เสียงข้างมากได้ แต่ “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” ชุดเดียวที่ต้องเอกฉันท์ — กรรมการค้านคนเดียวก็ยังไม่มีมติตรวจรับ

กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย
ข้อ 27 วรรคสาม →

การทำบันทึกความเห็นแย้งไม่ใช่พิธีกรรม แต่เป็นหลักฐานคุ้มครองตัวกรรมการเองเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง

5. เมื่อมีมติแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

ข้อ 25 วรรคสองกำหนดให้คณะกรรมการแต่ละคณะรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตอนแต่งตั้ง ถ้าล่าช้าต้องเสนอขอขยายเวลา ไม่ใช่ปล่อยเลยกำหนดเงียบ ๆ ส่วนหน้าที่ที่ต้องทำจริงอยู่ที่ข้อ 175 (งานซื้อ/งานจ้างทั่วไป) และข้อ 176 (งานจ้างก่อสร้าง)

งานก่อสร้างมีภาระเพิ่ม
ข้อ 176 (2) กำหนดให้ตรวจสอบรายงานของผู้รับจ้างเทียบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา “ทุกสัปดาห์” ไม่ใช่ตรวจตอนส่งมอบงานครั้งเดียว

สรุปเป็นรายการตรวจสอบ

  1. นับจำนวนกรรมการทั้งหมดที่ตั้งไว้จริงตามคำสั่ง (ข้อ 26) รวมบุคคลอื่นที่ตั้งเพิ่มด้วย
  2. องค์ประชุม = ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น (ข้อ 27 วรรคหนึ่ง)
  3. ประธานต้องอยู่ในที่ประชุมทุกครั้ง ถ้าไม่อยู่ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งประธานคนใหม่จากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน
  4. ถ้าเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มติต้องเอกฉันท์ ไม่ใช่เสียงข้างมาก
  5. กรรมการที่ไม่เห็นด้วย ต้องทำบันทึกความเห็นแย้งแนบไว้
  6. รายงานผลต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในกำหนด หรือขอขยายเวลา

ตัวบทที่ใช้ในบทความนี้

6 รายการ
มาตรา 100 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๐ ในการดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเพื่อรับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุ องค์ประกอบ อง…
ข้อ 25 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 2 — กระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการ งานก่อสร้าง
ข้อ ๒๕ ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้ง คณะกรรมการซื้อหรือจ้างขึ้น เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการพ…
ข้อ 26 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 2 — กระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการ งานก่อสร้าง
ข้อ ๒๖ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างตามข้อ ๒๕ แต่ละคณะประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ พนักงา…
ข้อ 27 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 2 — กระบวนการซื้อหรือจ้าง การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูปรายการ งานก่อสร้าง
ข้อ ๒๗ การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โ…
ข้อ 175 ระเบียบฯ 2560 · หมวด 6 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
ข้อ ๑๗๕ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้าง มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การ…
ข้อ 176 ระเบียบฯ 2560 · หมวด 6 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
ข้อ ๑๗๖ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจสอบคุณวุฒิของผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคาร …
ข้อจำกัด
บทความนี้เขียนจากตัวบทที่เทียบกับราชกิจจานุเบกษาแล้ว เพื่อการศึกษาและอ้างอิงเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย กรณีมีข้อพิพาทโปรดหารือหน่วยงานที่รับผิดชอบ

บทความอื่น

คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างประชุมออนไลน์ได้ไหม — ได้ ตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2564

ข้อ 27 ที่พิมพ์อยู่ในเอกสารเก่าหลายฉบับมีแค่ 5 วรรค แต่ฉบับที่ใช้บังคับจริงมี 6 วรรค เพราะระเบียบฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 เพิ่มวรรคหกเรื่องการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามา

อ่าน 4 นาที ประชุมอิเล็กทรอนิกส์ข้อ 27ระเบียบฉบับที่ 2

การมีส่วนได้เสีย: สองชุดที่ต้องตรวจพร้อมกัน แต่ห้ามใช้สลับกัน

ข้อ 27 วรรคสี่ใช้กับกรรมการฝ่ายรัฐ ส่วนข้อ 133 ใช้กับผู้ให้บริการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง คนละคน คนละคู่เทียบ และใช้เกณฑ์คนละฉบับ บทความนี้แยกให้ชัด พร้อมเตือนกับดักตัวเลขร้อยละยี่สิบห้า

อ่าน 7 นาที มีส่วนได้เสียผลประโยชน์ร่วมกันข้อ 27

หมวด 7 ใหม่ปี 2569 — ประเมินผลผู้ประกอบการ ใครโดน และโดนเมื่อไหร่

ระเบียบฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2569 ยกเลิกข้อ 190 และข้อ 191 เดิม แล้วใช้หมวด 7 ใหม่แทน รวมถึงข้อ 190/1 ถึง 190/9 เป็นระบบประเมินผลผู้ประกอบการ มีผลตั้งแต่ 10 กรกฎาคม 2569 บทความนี้สรุปว่าใครอยู่ในข่าย ใครเป็นผู้ประเมิน และเหตุที่ทำให้ถูกประเมินมีอะไรบ้าง

อ่าน 6 นาที ประเมินผลผู้ประกอบการหมวด 7ระเบียบฉบับที่ 3