เวลามีปัญหาว่า “มติของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุครั้งนี้ใช้ได้หรือไม่” คำตอบไม่ได้อยู่ในข้อเดียว ต้องเปิดพร้อมกันอย่างน้อย 3 จุด คือ มาตรา 100 (ที่มาของอำนาจ) ข้อ 26 (จำนวนกรรมการ) และข้อ 27 (องค์ประชุมกับมติ) ถ้าดูข้อ 27 ข้อเดียวจะตอบผิดได้ง่ายมาก เพราะฐานที่ใช้คำนวณ “กึ่งหนึ่ง” ไม่ได้อยู่ในข้อ 27
1. อำนาจมาจากไหน
มาตรา 100 วรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แล้ววรรคสองโยนรายละเอียดทั้งหมดไปให้ระเบียบ
องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
คำว่า “องค์ประชุม” ในวรรคนี้เองที่พาเราไปที่ข้อ 27 และคำว่า “องค์ประกอบ” พาไปที่ข้อ 26 — สองข้อนี้จึงต้องอ่านคู่กันเสมอ
2. ฐานที่ใช้คำนวณกึ่งหนึ่ง อยู่ที่ข้อ 26 ไม่ใช่ข้อ 27
คณะกรรมการซื้อหรือจ้างตามข้อ ๒๕ แต่ละคณะประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน
แปลว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีอย่างน้อย 3 คน และข้อ 26 วรรคสองยังเปิดให้ตั้ง “บุคคลอื่น” ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมเป็นกรรมการได้ด้วย โดยต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง
3. องค์ประชุม และเงื่อนไขเรื่องประธาน
การประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ โดยประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม หากประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานกรรมการคนใหม่เป็นประธานกรรมการแทน
ประโยคสุดท้ายคือจุดที่ต่างจากคณะกรรมการนโยบายตามมาตรา 25 อย่างชัดเจน — ถ้าประธานมาไม่ได้ คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง “เลือกกันเองในที่ประชุม” ไม่ได้ ต้องให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานคนใหม่เท่านั้น
4. มติ — ตรวจรับพัสดุต้องเอกฉันท์
มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์
ข้อยกเว้นท้ายวรรคนี้คือหัวใจ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างชุดอื่น ๆ ทั้ง 4 ชุดตามข้อ 25 ใช้เสียงข้างมากได้ แต่ “คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ” ชุดเดียวที่ต้องเอกฉันท์ — กรรมการค้านคนเดียวก็ยังไม่มีมติตรวจรับ
กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย
การทำบันทึกความเห็นแย้งไม่ใช่พิธีกรรม แต่เป็นหลักฐานคุ้มครองตัวกรรมการเองเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง
5. เมื่อมีมติแล้ว ต้องทำอะไรต่อ
ข้อ 25 วรรคสองกำหนดให้คณะกรรมการแต่ละคณะรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตอนแต่งตั้ง ถ้าล่าช้าต้องเสนอขอขยายเวลา ไม่ใช่ปล่อยเลยกำหนดเงียบ ๆ ส่วนหน้าที่ที่ต้องทำจริงอยู่ที่ข้อ 175 (งานซื้อ/งานจ้างทั่วไป) และข้อ 176 (งานจ้างก่อสร้าง)
สรุปเป็นรายการตรวจสอบ
- นับจำนวนกรรมการทั้งหมดที่ตั้งไว้จริงตามคำสั่ง (ข้อ 26) รวมบุคคลอื่นที่ตั้งเพิ่มด้วย
- องค์ประชุม = ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น (ข้อ 27 วรรคหนึ่ง)
- ประธานต้องอยู่ในที่ประชุมทุกครั้ง ถ้าไม่อยู่ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งประธานคนใหม่จากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน
- ถ้าเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มติต้องเอกฉันท์ ไม่ใช่เสียงข้างมาก
- กรรมการที่ไม่เห็นด้วย ต้องทำบันทึกความเห็นแย้งแนบไว้
- รายงานผลต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในกำหนด หรือขอขยายเวลา
