คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
ต้องอ่านร่วมกัน
6 มาตรา/ข้อ
พ.ร.บ. มาตรา 100
ฐานอำนาจ
กำหนดว่าผู้มีอำนาจต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อรับผิดชอบการบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ · วรรคสองมอบให้ระเบียบกำหนดองค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ · วรรคสามกรณีวงเงินเล็กน้อยตามกฎกระทรวงแต่งตั้งบุคคลคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุได้ · วรรคสี่ค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
ระเบียบฯ ข้อ 25
อำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และกรอบเวลา
ระบุว่า หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้แต่งตั้ง และต้อง กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการ ไปพร้อมกัน · คณะกรรมการต้องรายงานผลต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐภายในเวลาที่กำหนด · ถ้าล่าช้าต้องเสนอขอขยายเวลา · และ (๕) ระบุว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นหนึ่งใน 5 ประเภทของคณะกรรมการซื้อหรือจ้าง
มักถูกมองข้าม: คนมักคิดว่าเป็นเรื่องขั้นตอนจัดซื้อ ไม่เกี่ยวกับการตรวจรับ ทั้งที่เป็นบทที่ให้อำนาจแต่งตั้งและกำหนดกรอบเวลาทำงาน
ระเบียบฯ ข้อ 26
องค์ประกอบ และข้อห้ามซ้อนตำแหน่ง
ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน แต่งตั้งจากข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ/พนักงานราชการ ฯลฯ · จะแต่งตั้งบุคคลอื่นร่วมด้วยก็ได้ แต่ต้องไม่มากกว่าจำนวนกรรมการตามวรรคหนึ่ง · วรรคสาม ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรรมการพิจารณาผลการสอบราคา หรือกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ · ควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิร่วมด้วย
มักถูกมองข้าม: ⚠️ ตัวบทข้อ 26 ใช้คำว่า **'กรรมการตรวจรับพัสดุ'** ไม่ใช่ 'คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ' — ต่างกันคำเดียว ทำให้ระบบค้นหาแบบตรงตัวมองข้ามข้อห้ามซ้อนตำแหน่งไปทั้งข้อ
ระเบียบฯ ข้อ 27
องค์ประชุม การลงมติ และการมีส่วนได้เสีย
วรรคหนึ่ง องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด และ ประธานกรรมการต้องอยู่ด้วยทุกครั้งในการประชุม ถ้าประธานปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐแต่งตั้งประธานคนใหม่แทน · วรรคสอง มติให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์ ← จุดชี้ขาดที่คนพลาดมากที่สุด · วรรคสาม กรรมการที่ไม่เห็นด้วยต้องทำบันทึกความเห็นแย้ง · วรรคสี่-ห้า ข้อห้ามมีส่วนได้เสีย และถ้าทราบว่าตนมีส่วนได้เสียต้องลาออก แล้วรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ · วรรคหกเพิ่มโดยระเบียบฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ให้ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
มักถูกมองข้าม: เป็นข้อที่วางกติกาให้คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง 'ทุกคณะ' จึงไม่มีคำว่าตรวจรับพัสดุอยู่ในชื่อข้อ คนจึงไม่คิดว่าต้องเปิดดู ทั้งที่มีข้อยกเว้นสำคัญที่สุดซ่อนอยู่ในวรรคสอง
ระเบียบฯ ข้อ 175
หน้าที่ — งานซื้อหรืองานจ้าง (ที่มิใช่งานก่อสร้าง)
หน้าที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้าง เช่น ตรวจรับ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุหรือสถานที่ตามสัญญา · ตรวจรับให้ถูกต้องครบถ้วน · การตรวจรับ ณ สถานที่อื่นกรณีไม่มีสัญญาต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน
ระเบียบฯ ข้อ 176
หน้าที่ — งานจ้างก่อสร้าง (คนละชุดกับข้อ 175)
หน้าที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง เช่น (๑) ตรวจสอบคุณวุฒิของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ของผู้รับจ้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร · (๒) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน · (๕) ตรวจผลงานที่ส่งมอบภายใน ๓ วันทำการ
Checklist สำหรับคนทำงาน
- หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้แต่งตั้ง และต้องกำหนดระยะเวลาพิจารณาไว้ในคำสั่งด้วยหรือไม่ (ข้อ 25)
- องค์ประกอบครบหรือไม่ — ประธาน 1 คน กรรมการอย่างน้อย 2 คน (ข้อ 26 วรรคหนึ่ง)
- มีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐร่วมเป็นกรรมการเกินจำนวนกรรมการหลักหรือไม่ (ข้อ 26 วรรคสอง)
- มีใครเป็นกรรมการ e-bidding / สอบราคา / คัดเลือก ในงานเดียวกันแล้วมาเป็นกรรมการตรวจรับด้วยหรือไม่ (ข้อ 26 วรรคสาม — ต้องห้าม)
- วันประชุมตรวจรับ มีกรรมการมาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และประธานอยู่ด้วยหรือไม่ (ข้อ 27 วรรคหนึ่ง)
- มติตรวจรับเป็นเอกฉันท์หรือไม่ — เสียงข้างมากใช้ไม่ได้ (ข้อ 27 วรรคสอง)
- มีกรรมการไม่เห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามีต้องทำบันทึกความเห็นแย้ง (ข้อ 27 วรรคสาม)
- กรรมการคนใดมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาหรือไม่ ถ้ามีต้องลาออก (ข้อ 27 วรรคห้า)
- งานนี้เป็นงานก่อสร้างหรือไม่ — ถ้าใช่ใช้หน้าที่ตามข้อ 176 ไม่ใช่ข้อ 175
- ถ้าเป็นงานก่อสร้าง ได้ตรวจคุณวุฒิผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือยัง (ข้อ 176 (๑))
- ตรวจผลงานภายใน 3 วันทำการนับแต่ประธานรับทราบการส่งมอบหรือไม่ (ข้อ 176 (๕))
กรณีตัวอย่าง
คำถาม
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 3 คน ลงมติ 2:1 โดยเสียงข้างมาก (2 คน) ว่า 'ไม่ตรวจรับ' ส่วนเสียงข้างน้อย (1 คน) ว่า 'ตรวจรับ' — กรณีนี้เข้าระเบียบข้อ 176 (๖) วรรคสอง หรือ ข้อ 176 (๗)
คำตอบที่มักตอบผิด
ข้อ 176 (๗)
คำตอบที่ถูก
ข้อ 176 (๖) วรรคสอง
ลำดับการวิเคราะห์
- ขั้น 1 — ข้อ 27 วรรคสอง: 'มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก … เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือมติเอกฉันท์' → มติ 2:1 ไม่ใช่เอกฉันท์ จึงไม่มีมติตรวจรับเกิดขึ้น
- ขั้น 2 — ถ้อยคำของ (๗) คือ 'กรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้' และปิดท้ายว่า 'ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (๖)' โครงสร้างนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าฝ่ายที่ไม่ยอมรับงานเป็นเสียงข้างน้อยที่มาขวางการรับงานไว้
- ขั้น 3 — ในโจทย์นี้ฝ่ายที่ไม่ยอมรับงานคือเสียงข้างมาก (2 คน) กลับด้านกับที่ (๗) เขียนไว้ ความเห็นในเนื้อหาของคณะกรรมการจึงเป็นว่างานไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด
- ขั้น 4 — จึงเข้า (๖) วรรคสอง: 'ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าผลงานที่ส่งมอบ … ไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อทราบหรือสั่งการ'
- ขั้น 5 — เสียงข้างน้อยที่เห็นควรตรวจรับ ไม่ได้หายไป แต่ใช้กลไก ข้อ 27 วรรคสาม 'กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย' ซึ่งเป็นคนละกลไกกับ (๗)