เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้าง
ด้วยการจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานนั้น มีหลักการ คือ จะแบ่งจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้ให้บริการเป็นรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน ตามอายุสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยที่หน่วยงานของรัฐไม่ได้พิจารณาว่า งานจ้างก่อสร้างมีความล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามแผนการทำงานหรือไม่ แต่ก็ยังจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานโดยที่ไม่ได้พิจารณาว่าความล่าช้าดังกล่าวเป็นความผิดของฝ่ายใด โดยเฉพาะกรณีที่ความล่าช้าเป็นความผิดของฝ่ายผู้รับจ้างก่อสร้าง ซึ่งเมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้างแล้ว งานจ้างก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้างยังคงเรียกให้หน่วยงานของรัฐจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้แก่ผู้ให้บริการเรื่อยไปจนกว่างานจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ทั้งที่ผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้างได้รับค่าจ้างควบคุมงานเต็มจำนวนตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างควบคุมงานแล้ว จึงเป็นประเด็นปัญหาเนื่องจากหน่วยงานของรัฐไม่มีงบประมาณเพื่อดำเนินการจ่ายค่าจ้างควบคุมงานเพิ่มเติม
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การบริหารสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้กับผู้ให้บริการเป็นไปอย่างถูกต้องและในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้
๑. การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงาน
ตามแบบสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๗ หน้าที่ของผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๗.๕ กำหนดว่า “ในแต่ละเดือนผู้ให้บริการจะต้องทำรายงานผลงานและอุปสรรคของผู้รับจ้างที่ได้ปฏิบัติไปแล้วให้ผู้ว่าจ้างทราบ หากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างก่อสร้างหรือไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ผู้ให้บริการจะต้องรีบรายงานสรุปผลงานทั้งหมดและอุปสรรคที่เป็นเหตุทำให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างก่อสร้างหรือไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เสนอต่อผู้ว่าจ้างภายใน............ (.............) วัน นับถัดจากวันที่ทราบถึงเหตุดังกล่าว” ประกอบกับ ข้อ ๖ ค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างและการจ่ายเงิน วรรคหนึ่ง กำหนดว่า “ผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการได้ตกลงราคาค่าจ้างควบคุมงานตามสัญญานี้ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น.............บาท (.............) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินจำนวน.............บาท (.............) ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยผู้ว่าจ้างจะแบ่งจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้ให้บริการเป็นรายเดือน เดือนละเท่า ๆ กัน ตามอายุสัญญาจ้างก่อสร้าง เป็นเงินเดือนละ.............บาท (.............)” จากหลักการดังกล่าว หมายถึง การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานนั้น โดยปกติจะจ่ายให้เมื่อผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงาน และทำรายงานการควบคุมงานและผลงานตามโครงการในเดือนนั้น ๆ เสนอต่อผู้ว่าจ้างและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้พิจารณาแล้วเห็นว่าครบถ้วนถูกต้อง และตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยจะจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆ กัน ตามอายุสัญญาจ้างก่อสร้าง
๒. กรณียังไม่ล่วงเลยระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
๒.๑ กรณีผู้รับจ้างก่อสร้างไม่สามารถก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนการทำงานที่กำหนดไว้ เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างควบคุมงาน ได้รับรายงานการควบคุมงานและพิจารณาจนเป็นที่ยุติแล้วว่า งานก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแผนการทำงานนั้นไม่ใช่ความผิดของผู้รับจ้าง การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หน่วยงานของรัฐจะต้องจ่ายตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริง แต่ไม่เกินกว่าอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง และให้พิจารณาความเหมาะสมในการจะสั่งหยุดงานจ้างก่อสร้างหรือไม่ต่อไป สำหรับการจ่ายค่าจ้างควบคุมงานในเวลาต่อมา ให้จ่ายตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริง
กรณีที่เดือนก่อนหน้าผู้รับจ้างก่อสร้างทำงานล่าช้าและหน่วยงานของรัฐได้จ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้ตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริงไปแล้ว (น้อยกว่าอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง) แต่ต่อมาผู้รับจ้างก่อสร้างได้เร่งรัดการทำงานเป็นผลให้ทำงานได้มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ของเดือนนั้น ๆ หากผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานตามปริมาณงานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างทำได้มากกว่าแผนการทำงาน หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินค่าจ้างควบคุมงานในส่วนที่เหลือจากเดือนก่อนหน้ามาจ่ายให้ผู้ให้บริการในเดือนที่ผู้รับจ้างทำงานได้มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ของเดือนนั้น ๆ จากหลักการดังกล่าว หมายถึง ให้หน่วยงานของรัฐคำนวณค่าจ้างควบคุมงานตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริงในส่วนงานจ้างก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในเดือนนั้น ๆ แล้วให้หน่วยงานของรัฐนำค่าจ้างควบคุมงานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจ่ายรวมกับอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง ของเดือนนั้น ๆ
๒.๒ กรณีผู้รับจ้างก่อสร้างไม่สามารถก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนการทำงานที่กำหนดไว้ เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างควบคุมงาน ได้รับรายงานการควบคุมงานและพิจารณาจนเป็นที่ยุติแล้วว่า งานก่อสร้างไม่เป็นไปตามแผนการทำงานนั้นเป็นความผิดของผู้รับจ้าง การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ให้จ่ายตามอัตราที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง
๓. กรณีล่วงเลยระยะเวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
๓.๑ กรณีพิจารณาเป็นที่ยุติแล้วว่าความล่าช้าเป็นความผิดของผู้รับจ้างก่อสร้าง การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้แก่ผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้าง จะต้องพิจารณาจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้แก่ผู้ให้บริการตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริงของเดือนนั้น แต่ไม่เกินอัตราค่าจ้างควบคุมงานรายเดือนที่ผู้ให้บริการจะได้รับตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ ทั้งนี้ เงินค่าจ้างควบคุมงาน ผู้รับจ้างก่อสร้างต้องรับผิดชอบ ตามสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๘ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า “ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงานล่วงเลยกำหนด เวลาตามสัญญาจ้างก่อสร้างเนื่องจากความผิดของผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่ได้ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลานั้นต่อเมื่อผู้ว่าจ้างได้เรียกร้องเอาจากผู้รับจ้างมาจ่ายให้ผู้ให้บริการในอัตราวันละ.............บาท (.............)” ประกอบสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง กำหนดว่า “หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระ... ในเมื่อผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจำนวนเงินวันละ.............บาท (.............) นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง” สำหรับวิธีการจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้แก่ผู้ให้บริการ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ข้อ ๑๙ การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย ให้หน่วยงานของรัฐเรียกเงินค่าจ้างควบคุมงานจากผู้รับจ้างก่อสร้างโดยหักเอาจากเงินค่าจ้างที่ผู้รับจ้างมีสิทธิที่จะได้รับจากหน่วยงานของรัฐ แล้วนำไปจ่ายให้แก่ผู้ให้บริการต่อไป
๓.๒ กรณีพิจารณาเป็นที่ยุติแล้วว่า ความล่าช้าเป็นเหตุที่มิได้เกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง และมิได้เกิดจากความผิดของผู้ให้บริการงานควบคุมงาน การจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงาน ให้พิจารณาจ่ายเงินโดยจ่ายตามจำนวนวันที่ปฏิบัติล่วงเลยกำหนดเวลานั้น ตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริง แต่ไม่เกินกว่าอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง
กรณีที่เดือนก่อนหน้าผู้รับจ้างก่อสร้างทำงานล่าช้าและหน่วยงานของรัฐได้จ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานให้ตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริงไปแล้ว (น้อยกว่าอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง) แต่ต่อมาผู้รับจ้างก่อสร้างได้เร่งรัดการทำงานเป็นผลให้ทำงานได้มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ของเดือนนั้น ๆ หากผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานตามปริมาณงานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างทำได้มากกว่าแผนการทำงาน หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินค่าจ้างควบคุมงานในส่วนที่เหลือจากเดือนก่อนหน้ามาจ่ายให้ผู้ให้บริการในเดือนที่ผู้รับจ้างทำงานได้มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ของเดือนนั้น ๆ จากหลักการดังกล่าว หมายถึง ให้หน่วยงานของรัฐคำนวณค่าจ้างควบคุมงานตามสัดส่วนผลงานที่ผู้ให้บริการได้เข้าควบคุมงานจริงในส่วนงานจ้างก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นในเดือนนั้น ๆ แล้วให้หน่วยงานของรัฐนำค่าจ้างควบคุมงานที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจ่ายรวมกับอัตราค่าจ้างรายเดือนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างออกแบบและควบคุมงานก่อสร้าง ข้อ ๖ วรรคหนึ่ง ของเดือนนั้น ๆ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย