ซ้อมความเข้าใจงานจ้างเหมาบริการ (บุคคลธรรมดา) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๗๗
ลงวันที่๘ ธันวาคม ๒๕๖๘
จำนวน4 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

จ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดาเป็นการจ้างที่มุ่งผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่จ้างแรงงาน ผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจบังคับบัญชา มีแค่ตรวจตรางานและสั่งแก้ไข และจ่ายเงินเมื่อส่งมอบงานและตรวจรับแล้ว สัญญาต้องร่างใหม่และส่งสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา (เว้นแต่ใช้แบบที่อัยการเคยเห็นชอบแล้ว) สัญญาเดิมที่มีเงื่อนไขแบบจ้างแรงงาน ต้องแก้ไขตามมาตรา 97 และข้อ 165 ห้ามมีเงื่อนไขเช่น บังคับเวลาทำงาน 08.30–16.30 น. เฉพาะที่ทำการ หักค่าจ้างเมื่อขาดหรือมาสาย ปรับรายวันที่ไม่มา หรือกำหนดวันลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน แนบ FAQ 6 ข้อ เช่น งานแม่บ้านหรือพนักงานขับรถกำหนดช่วงเวลาทำงานตามลักษณะงานได้ แต่ห้ามบังคับลงชื่อแบบข้าราชการ · กำหนดค่าปรับได้ · ให้หาคนอื่นมาทำแทนได้ถ้าไม่ใช่งานเฉพาะตัว · ห้ามให้ผู้รับจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญา

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
การจ้างเหมาบริการตามลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ถือเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ว 877/2568
สัญญาที่จะลงนามตั้งแต่วันที่หนังสือแจ้งเวียนฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำร่างสัญญาขึ้นใหม่ และส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน
ว 877/2568
ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขการลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน หรือลาคลอดได้
ว 877/2568

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

7 รายการ
มาตรา 4 พ.ร.บ. 2560 ·
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยน หรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดในกฎ…
มาตรา 29 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 2 — คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อคณะกรรมการนโยบาย …
มาตรา 97 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 9 — การทำสัญญา
มาตรา ๙๗ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้ (๑) เป็น…
ข้อ 165 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — สัญญา
ข้อ ๑๖๕ การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๙๗ ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่ง วัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดยหน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพ ของพั…
ข้อ 162 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — สัญญา
ข้อ ๑๖๒ การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ นอกจากการจ้างที่ปรึกษาให้กำหนดค่าปรับ เป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ เ…
ข้อ 163 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — สัญญา
ข้อ ๑๖๓ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องกำหนดค่าปรับนอกเหนือจาก ที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖๒ เนื่องจากถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่หน…
มาตรา 103 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๓ ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ ผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (๑) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (๒) …

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง ซ้อมความเข้าใจงานจ้างเหมาบริการ (บุคคลธรรมดา) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

อ้างถึง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/ว ๑๕๙ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖

ด้วยพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔ บัญญัตินิยามคำว่า “งานบริการ” หมายความว่า งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของ และการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่หมายความรวมถึงการจ้างลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ การรับขนในการเดินทางไปราชการหรือไปปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่เนื่องจากปัจจุบันในงานจ้างเหมาบริการโดยจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเพื่อปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ มีการกำหนดขอบเขตของงานที่จะจ้างไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของลักษณะการจ้างเหมาบริการ หรือกำหนดเงื่อนไขของสัญญาคลุมเครือทำให้เกิดความไม่ชัดเจน

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติสำหรับการจ้างเหมาบริการ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฯ ดังนี้

๑. “งานจ้างเหมาบริการ” ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติฯ หมายถึง การจ้างที่มุ่งเน้นผลสำเร็จของงานที่ว่าจ้างภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นสำคัญ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้รับจ้างทำงานสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่ผู้ว่าจ้างจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแก่งานที่ทำนั้น โดยสินจ้างจะพิจารณาจากเนื้องานที่ให้ผู้รับจ้างทำ ความสัมพันธ์จึงเป็นลักษณะผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง อีกทั้งผู้รับจ้างมีอิสระในการทำงานตามสัญญา ผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจควบคุมบังคับบัญชาหรือสั่งการในการทำงาน โดยผู้ว่าจ้างมีเพียงอำนาจในการตรวจตรางาน และสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเมื่องานผิดพลาดบกพร่อง สำหรับการจ่ายสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง จะต้องถึงกำหนดงวดงานและงวดเงิน หรือเงื่อนไขการส่งมอบอื่นใดตามที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขในสัญญาหรือข้อตกลง และจะจ่ายได้ต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ตรวจรับพัสดุของหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการตรวจรับงานนั้น และเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงแล้ว หน่วยงานของรัฐจึงจะสามารถจ่ายสินจ้างให้แก่ผู้รับจ้างต่อไป ดังนั้น การจ้างเหมาบริการตามลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ถือเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

— หน้า 2 —

๒. การกำหนดขอบเขตของงานที่จะจ้าง หน่วยงานของรัฐต้องกำหนดขอบเขตของงานที่จะจ้างตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/ว ๑๕๙ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)

๓. การทำสัญญา

๓.๑ เนื่องจากการจ้างเหมาบริการไม่มีสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด ดังนั้น สัญญาที่จะลงนามตั้งแต่วันที่หนังสือแจ้งเวียนฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำร่างสัญญาขึ้นใหม่ และส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เว้นแต่การทำสัญญาตามแบบที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยให้ความเห็นชอบมาแล้ว

๓.๒ สัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้วก่อนวันที่หนังสือแจ้งเวียนฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของงานจ้างเหมาบริการตามข้อ ๑ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการแก้ไขสัญญาตามมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติฯ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๕ ให้สอดคล้องกับหลักการตามข้อ ๑ ต่อไป โดยเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงต้องไม่เป็นลักษณะการใช้อำนาจควบคุม บังคับบัญชา หรือสั่งการนอกเหนือจากขอบเขตของงานตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้าง เช่นกรณีดังต่อไปนี้

๓.๒.๑ การกำหนดเวลาปฏิบัติงาน เช่น ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. โดยต้องปฏิบัติงานเฉพาะ ณ สถานที่ทำการของผู้ว่าจ้างเท่านั้น

๓.๒.๒ การหักเงินค่าจ้างกรณีไม่มาปฏิบัติงานหรือมาปฏิบัติงานสาย

๓.๒.๓ การคิดค่าปรับในวันที่ไม่มาปฏิบัติงาน

๓.๒.๔ การกำหนดให้มีการลาป่วย ลากิจ หรือลาพักผ่อน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

— หน้า 3 —

FAQ การจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ว.๘๗๗

๒. คำถาม การจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดากรณีแม่บ้านหรือพนักงานขับรถ หรือจ้างเหมาบริการอื่น เช่น จ้างมาเป็นผู้ดูแลหรือให้อาหารสัตว์สามารถกำหนดเวลาการทำงานได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ การกำหนดเวลาการทำงานตามข้อเท็จจริงของลักษณะงาน เช่น - การจ้างเหมาบริการแม่บ้านเพื่อให้มาทำความสะอาด ณ สำนักงาน โดยให้มาทำความสะอาดในช่วงเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ เช่นนี้ก็สามารถกำหนดได้ - การจ้างเหมาบริการพนักงานขับรถ โดยช่วงเวลาการปฏิบัติงาน ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ เช่นนี้ก็สามารถกำหนดได้ - จ้างเหมาบริการเพื่อมาเป็นผู้ดูแลหรือให้อาหารสัตว์ ต้องมาให้อาหาร ๒ ช่วงเวลา คือ ๐๗.๐๐ - ๐๘.๐๐ น. กับ ๑๗.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. โดยสถานที่มาปฏิบัติงานหากเป็นสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานเองก็สามารถกำหนดสถานที่ปฏิบัติงานเป็นที่ตั้งของหน่วยงานได้ โดยจะต้องกำหนดไว้ในขอบเขตของงาน แต่ต้องไม่ใช่เป็นลักษณะการบังคับบัญชาให้ลงชื่อการมาทำงานเช่นเดียวกับการลงชื่อของข้าราชการ พนักงานราชการ หรือพนักงานของรัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถกำหนดให้มีการรายงานผลการทำงานได้

แต่ถ้าเป็นการจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดาในลักษณะ เช่น การจ้างเหมาบันทึกข้อมูล โดยกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ว่า ต้องบันทึกข้อมูลในระบบของหน่วยงาน จำนวน ๑๒๐ โครงการ โดยให้แล้วเสร็จ ภายใน ๙๐ วัน หรือการจ้างเหมาบริการเพื่อมาจัดทำหนังสือแจ้งตอบหน่วยงาน โดยกำหนดขอบเขตงานว่า ให้จัดทำหนังสือแจ้งตอบไปยังหน่วยงานสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า ๔ เรื่อง เช่นนี้ จะกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมาทำงาน ในเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. และต้องมาทำงาน ณ สถานที่ของหน่วยงานเท่านั้น เช่นนี้กำหนดไม่ได้ เนื่องจากผู้รับจ้างต้องทำงานให้ได้ตามที่กำหนดไว้ใน TOR โดยผู้รับจ้างจะทำงาน ณ สถานที่ใด/เวลาใดก็ได้ แต่เมื่อครบกำหนดส่งมอบงานแล้วผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงนั้น

— หน้า 4 —

๓. คำถาม กรณีที่ผู้รับจ้างไม่มาทำงานในวันใดสามารถกำหนดเงื่อนไขการหักเงินค่างานหรือกำหนดเป็นค่าปรับได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดเงื่อนไขการปรับกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ เช่น (๑) กรณีสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเหมาบริการที่มีผลสำเร็จของงานเป็นรายวัน เช่น สัญญาจ้างเหมาบริการพนักงานขับรถ TOR กำหนดเงื่อนไขว่าต้องขับรถในวันเวลาราชการ (๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.) เมื่อถึงกำหนดส่งมอบ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินวันละ.....(๐.๑ ของมูลค่าทั้งสัญญา ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๖๒).... ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท หากผู้รับจ้างไม่มาปฏิบัติงานในวันใดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินวันละ ๓๐๐ บาท (การที่จะกำหนดค่าปรับเป็นวันละเท่าใด ให้อยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานของรัฐผู้ว่าจ้างที่จะพิจารณาโดยคำนึงถึงราคาและลักษณะของพัสดุที่จ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๖๓) (๒) กรณีสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเหมาบริการที่กำหนดผลสำเร็จทั้งโครงการ เช่น การจ้างเหมาบันทึกข้อมูล โดยกำหนดเงื่อนไขใน TOR ว่า ต้องบันทึกข้อมูลในระบบของหน่วยงาน จำนวน ๑๒๐ โครงการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน เช่นนี้ จะคิดค่าปรับได้ก็ต่อเมื่อผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ภายใน ๙๐ วันเท่านั้น โดยผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินวันละ.....(๐.๑ ของมูลค่าทั้งสัญญา ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๖๒).... ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท

๔. คำถาม กรณีการจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดา หน่วยงานของรัฐจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับจ้างมีวันลาป่วย ลากิจ สามารถกำหนดได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ การจ้างเหมาบริการบุคคลธรรมดาตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขการลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน หรือลาคลอดได้

๕. คำถาม กรณีที่ผู้รับจ้างไม่มาทำงานในวันใดสามารถกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับจ้างหาบุคคลอื่นมาทำงานแทนได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ งานจ้างเหมาบริการที่เป็นลักษณะ เช่น การจ้างแม่บ้าน พนักงานขับรถ ผู้ดูแลหรือให้อาหารสัตว์ เป็นต้น หน่วยงานจะกำหนดเงื่อนไขว่า หากผู้รับจ้างไม่สามารถมาทำงานได้ในวันใด ผู้รับจ้างสามารถหาบุคคลอื่นมาทำงานแทนได้ โดยต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าก่อน ... วัน เช่นนี้ ในวันที่ผู้รับจ้างมาทำงานไม่ได้แต่สามารถหาผู้อื่นมาทำงานแทนได้ ถือว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลง ผู้รับจ้างจะไม่ถูกปรับ แต่หากสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเหมาบริการ เป็นงานที่ต้องการความสามารถเฉพาะตัวของบุคคลนั้นเป็นการเฉพาะ ซึ่งผู้ว่าจ้างไม่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับจ้างหาบุคคลอื่นมาทำงานแทนได้ หากผู้รับจ้างไม่มาทำงานในวันใด ถือว่าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลง ผู้รับจ้างจะถูกปรับตามที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง

๖. คำถาม การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับจ้างสามารถบอกเลิกกับหน่วยงานของรัฐก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือข้อตกลงสามารถกำหนดได้หรือไม่ อย่างไร คำตอบ การบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น หน่วยงานของรัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ผู้รับจ้างไม่สามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้ ดังนั้น การที่หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขว่า “หากผู้รับจ้างประสงค์จะบอกเลิกสัญญา/ข้อตกลงก่อนครบกำหนดเวลา ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเหตุผลและความจำเป็นให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ... วัน” จึงไม่สามารถกำหนดได้

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

สิ่งที่ส่งมาด้วย / เอกสารแนบ (ดูในต้นฉบับ)

FAQ แนบท้าย (หน้า ๓–๔) ในไฟล์ต้นทางเริ่มที่คำถามข้อ ๑ ซึ่งซ้ำกับข้อ ๑ ของตัวหนังสือ บนเว็บนี้จึงคัดตั้งแต่คำถามข้อ ๒

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่