ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการจ้างช่วงสำหรับงานก่อสร้าง

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๕๔๖
ลงวันที่๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙
จำนวน31 หน้า
หนังสือฉบับนี้ยกเลิกฉบับเดิม
ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๖๕๓ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๘

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

แยกงานในสัญญาก่อสร้างเป็น 2 ประเภท: "งานหลัก" คืองานที่เป็นสาระสำคัญของสัญญา หรือต้องอาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้รับจ้าง ถ้าไม่ทำงานนี้จะกระทบความสำเร็จของงาน ส่วน "งานรอง" คืองานสนับสนุน เช่น ค่าแรงวัสดุของงานหลัก งานเบ็ดเตล็ด การให้คนอื่นทำงานหลักบางส่วนแทนเรียกว่า "จ้างช่วง" ต้องขออนุญาตหน่วยงานของรัฐ ส่วนการให้คนอื่นทำงานรองไม่ใช่การจ้างช่วง ไม่ต้องขออนุญาต ใช้บัญชีแนบท้ายระบุงานหลักและงานรองของ 10 สาขางานก่อสร้าง (ทาง สะพาน ทางและสะพานชั้นพิเศษ ชลประทาน เขื่อนป้องกันตลิ่ง สิ่งปลูกสร้างในทะเล ขุดลอกชายฝั่งทะเล ขุดลอกภายในประเทศ อาคาร และงานเปลี่ยนสายไฟฟ้าอากาศเป็นใต้ดิน) และห้ามอนุญาตให้จ้างช่วงกับผู้ประกอบการที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาไว้ชั่วคราว เพราะผลประเมินตามระเบียบฯ ฉบับที่ 3 ไม่ผ่านเกณฑ์ หนังสือนี้ยกเลิกฉบับเดิม (ว 653 ปี 2568)

ตารางสรุป

งานหลักงานรอง
คืออะไรงานที่เป็นสาระสำคัญ กิจกรรมหลัก/เฉพาะของสัญญา หรือต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของผู้รับจ้างงานสนับสนุนให้งานหลักสมบูรณ์ เช่น ค่าแรงวัสดุของงานหลัก งานเบ็ดเตล็ด
ให้คนอื่นทำแทน เรียกว่าจ้างช่วง (เฉพาะบางส่วน)ไม่ใช่การจ้างช่วง
ต้องขออนุญาตหน่วยงานของรัฐต้องไม่ต้อง
ข้อห้ามห้ามอนุญาตให้จ้างช่วงกับผู้ประกอบการที่ถูกระงับชั่วคราวเพราะผลประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

ตารางนี้พัสดุ.net สรุปจากข้อ ๑–๓ และข้อ ๕ ของหนังสือ — ใช้ตัวหนังสือด้านล่างเป็นหลัก

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
การจ้างช่วง หมายถึง การที่ผู้รับจ้างนำงานหลักบางส่วน ไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่ง การจะดำเนินการตามวรรคหนึ่งผู้รับจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ
ว 546/2569
กรณีที่ไม่ใช่การจ้างช่วง หมายถึง การที่ผู้รับจ้างนำงานรอง ไปให้ผู้รับจ้างอื่นทำอีกทอดหนึ่ง การจะดำเนินการตามวรรคหนึ่งผู้รับจ้างไม่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ
ว 546/2569
หน่วยงานของรัฐจะต้องไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างไปจ้างช่วงกับผู้ประกอบการรายดังกล่าว
ว 546/2569

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

1 รายการ
ตัวบทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ (หนังสือไม่ได้อ้างเลขตรง ๆ)
ข้อ 190 (ฉบับแก้ไข) ระเบียบฯ (ฉบับที่ 3) 2569 ·
ข้อ ๑๙๐ ในหมวดนี้ "ผู้ประกอบการ" หมายความว่า ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ และหมายความรวมถึงผู้รับจ้างช่วงที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานข…
ข้อ 190/3 ระเบียบฯ (ฉบับที่ 3) 2569 ·
ข้อ ๑๙๐/๓ ให้หน่วยงานของรัฐประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ โดยพิจารณา ถึงความสามารถในการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ประกอบการปฏิบัติงานล่วง…
มาตรา 106 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 11 — การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
มาตรา ๑๐๖ เพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ ที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้หน่วยงานของรั…

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการจ้างช่วงสำหรับงานก่อสร้าง

อ้างถึง ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๖๕๓ ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๘

ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้มีหนังสือแจ้งเวียนซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการจ้างช่วงสำหรับงานก่อสร้าง แต่เนื่องจากปัจจุบันระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๙ ได้กำหนดหมวดที่ ๗ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หมายความรวมถึงผู้รับจ้างช่วงที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐด้วย ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางปฏิบัติในการจ้างช่วงสำหรับงานก่อสร้างเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๙ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ยกเลิกหนังสือที่อ้างถึง และซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการจ้างช่วงสำหรับงานก่อสร้าง ดังนี้

๑. ในแนวทางปฏิบัตินี้

“งานหลัก” หมายความว่า งานที่เป็นสาระสำคัญ หรืองานที่เป็นกิจกรรมหลักหรือกิจกรรมเฉพาะของสัญญา หรือเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของตัวผู้รับจ้างเป็นการเฉพาะ ซึ่งงานดังกล่าวนี้หากไม่ดำเนินการจะมีผลกระทบต่อการแล้วเสร็จของงานตามสัญญา

“งานรอง” หมายความว่า งานสนับสนุนหรืองานที่ประกอบกันเพื่อให้งานหลักดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์ เช่น ค่าแรงในการดำเนินงานวัสดุของงานหลัก งานเบ็ดเตล็ด เป็นต้น

๒. การจ้างช่วง หมายถึง การที่ผู้รับจ้างนำงานหลักบางส่วน ไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่ง การจะดำเนินการตามวรรคหนึ่งผู้รับจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ

๓. กรณีที่ไม่ใช่การจ้างช่วง หมายถึง การที่ผู้รับจ้างนำงานรอง ไปให้ผู้รับจ้างอื่นทำอีกทอดหนึ่ง การจะดำเนินการตามวรรคหนึ่งผู้รับจ้างไม่ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ

— หน้า 2 —

๔. การพิจารณาลักษณะงานหลักและงานรองของงานก่อสร้างตามบัญชีรายการงานหลักและงานรองของสาขางานก่อสร้างต่าง ๆ โดยให้พิจารณาตามสาขางานก่อสร้างดังต่อไปนี้ (๑) สาขางานก่อสร้างทาง (๒) สาขางานก่อสร้างสะพาน (๓) สาขางานก่อสร้างทางและสะพานชั้นพิเศษ (๔) สาขางานก่อสร้างชลประทาน (๕) สาขางานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและชายฝั่ง (๖) สาขางานก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเล (๗) สาขางานก่อสร้างขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเล (๘) สาขางานก่อสร้างขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศ (๙) สาขางานก่อสร้างอาคาร (๑๐) งานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

๕. การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ

ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณากรณีที่ผู้รับจ้างขออนุญาตนำงานหลักบางส่วน ไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่ง โดยผู้รับจ้างช่วงจะต้องไม่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ หรือทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ตามระเบียบฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๙ หากผู้รับจ้างช่วงเป็นผู้ประกอบการที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว หน่วยงานของรัฐจะต้องไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างไปจ้างช่วงกับผู้ประกอบการรายดังกล่าว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

สิ่งที่ส่งมาด้วย / เอกสารแนบ (ดูในต้นฉบับ)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่