แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๒๔๒
ลงวันที่๘ เมษายน ๒๕๖๙
ใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (เหตุตั้งแต่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙)
จำนวน3 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ราคาน้ำมันและวัตถุดิบสูงขึ้น) แยก 4 กรณี: (1) ผู้ชนะที่ถูกเรียกมาลงนามตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 แจ้งเป็นหนังสือว่าลงนามไม่ได้เพราะได้รับผลกระทบ เรียกรายถัดไปได้ไม่เกิน 3 ราย ถือว่ามีเหตุอันสมควร ไม่เข้าลักษณะทิ้งงาน ไม่ต้องพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานตามข้อ 193 และคืนหลักประกันการเสนอราคาทุกราย (2) ลงนามแล้วแต่ทำงานไม่ได้หรือไม่เสร็จตามกำหนด ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 102 วรรคหนึ่ง (2) และยกเว้นเงื่อนไขแจ้งเหตุภายใน 15 วันตามข้อ 182 แต่คู่สัญญายังต้องแจ้งความประสงค์ขอลดหรืองดค่าปรับหรือขยายเวลา · ลงนามตั้งแต่ 28 ก.พ. 2569 แต่ยังไม่เริ่มงาน ตกลงเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคสองได้ (3) งานซื้อหรืองานจ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้างที่ราคาสูงขึ้นมาก แก้ไขสัญญาตามมาตรา 97 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบข้อ 165 ได้ (4) ทุกกรณีต้องมีหลักฐานว่าต้นทุนสูงขึ้นหรือขาดแคลนจนกระทบสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ

เงื่อนไขที่ต้องครบ

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
ให้ถือว่าผลกระทบดังกล่าว เป็นเหตุสุดวิสัย ตามมาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติฯ
ว 242/2569
จึงยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ ๑๘๒ อย่างไรก็ดี คู่สัญญายังต้องแจ้งความประสงค์ในการของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง
ว 242/2569
โดยให้ถือว่ามีเหตุผลอันสมควร ไม่เข้าลักษณะเป็นการทิ้งงานตามมาตรา ๑๐๙ แห่งพระราชบัญญัติฯ
ว 242/2569

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

9 รายการ
มาตรา 102 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๒ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริ…
ข้อ 182 ระเบียบฯ 2560 · หมวด 6 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
ข้อ ๑๘๒ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ หรือ…
มาตรา 109 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 12 — การทิ้งงาน
มาตรา ๑๐๙ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการ ดังต่อไปนี้ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญานั้นกระทำกา…
ข้อ 193 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — การลงโทษให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ข้อ ๑๙๓ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมี ลักษณะเป็นการทิ้งงาน ตามความในมาตรา ๑๐๙ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาให้ผู้ย…
มาตรา 103 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๓ ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ ผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (๑) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (๒) …
มาตรา 97 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 9 — การทำสัญญา
มาตรา ๙๗ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้ (๑) เป็น…
ข้อ 165 ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 1 — สัญญา
ข้อ ๑๖๕ การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๙๗ ต้องอยู่ภายในขอบข่ายแห่ง วัตถุประสงค์เดิมของสัญญาหรือข้อตกลงนั้น โดยหน่วยงานของรัฐต้องพิจารณาเปรียบเทียบคุณภาพ ของพั…
มาตรา 24 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 1 — คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี (๒) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและป…
มาตรา 29 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 2 — คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อคณะกรรมการนโยบาย …

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๙ เห็นชอบในหลักการมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ราคาน้ำมัน ราคาวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตสินค้าและงานบริการ รวมถึงค่าครองชีพของประชาชนในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในส่วนของมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่คู่สัญญาภาครัฐ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถเข้าทำสัญญาหรือไม่สามารถส่งมอบสินค้าหรืองานได้อันเนื่องมาจากผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางการปฏิบัติในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดแนวทางปฏิบัติและยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ดังนี้

๑. กรณีหน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจนได้ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกไว้แล้ว และหน่วยงานของรัฐได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกเข้าลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐ โดยกำหนดให้มาลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นต้นไป และผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกได้แจ้งเป็นหนังสือต่อหน่วยงานของรัฐว่า ไม่สามารถเข้าลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงในระยะเวลาที่กำหนดได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ทั้งนี้ ให้รวมถึงผู้ที่เสนอราคาต่ำรายถัดไปหรือผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงรายถัดไปตามลำดับที่จัดเรียงไว้ไม่เกิน ๓ ราย ด้วย โดยให้ถือว่ามีเหตุผลอันสมควร ไม่เข้าลักษณะเป็นการทิ้งงานตามมาตรา ๑๐๙ แห่งพระราชบัญญัติฯ กรณีนี้หน่วยงานของรัฐไม่ต้องดำเนินการพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบฯ ข้อ ๑๙๓ และให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการคืนหลักประกันการเสนอราคาให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย

— หน้า 2 —

๒. กรณีหน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและได้ลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญาแล้ว ให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

๒.๑ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงก่อนวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หรือลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงก่อนหรือตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ และคู่สัญญาได้เริ่มดำเนินการตามสัญญาแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติงานตามสัญญาหรือข้อตกลง หรือปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ให้ถือว่าผลกระทบดังกล่าว เป็นเหตุสุดวิสัย ตามมาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติฯ โดยให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘ ที่บัญญัติว่า “เหตุสุดวิสัย หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้นจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น” ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ฯ ไม่อาจกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดได้แน่นอน และคู่สัญญาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ อาจไม่สามารถแจ้งเหตุให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลงได้ ดังนั้น เพื่อให้คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินงานตามสัญญา จึงยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ ๑๘๒ อย่างไรก็ดี คู่สัญญายังต้องแจ้งความประสงค์ในการของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง อันเนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาต่อไป

อนึ่ง กรณีที่คู่สัญญาเห็นว่า ควรจะหยุดการดำเนินงานตามสัญญาไว้จนกว่าสถานการณ์ฯ จะคลี่คลาย ให้อยู่ในดุลพินิจของคู่สัญญาที่จะเจรจาตกลงกัน เพื่อพิจารณาหยุดการดำเนินงานตามสัญญาไว้ก่อนได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

๒.๒ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เป็นต้นไป แต่ยังมิได้เริ่มดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลง เนื่องจากคู่สัญญาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ ให้อยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานของรัฐในการพิจารณาตกลงเลิกสัญญาตามมาตรา ๑๐๓ วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติฯ ได้ ทั้งนี้ เมื่อหน่วยงานของรัฐตกลงเลิกสัญญากับคู่สัญญาแล้ว ให้ดำเนินการคืนหลักประกันสัญญาให้แก่คู่สัญญาต่อไป และหากมีการจ่ายเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้แก่คู่สัญญาให้มีหนังสือเรียกคืนเงินล่วงหน้าดังกล่าว และเมื่อได้รับเงินค่าพัสดุล่วงหน้าคืนเต็มจำนวนแล้วให้ดำเนินการคืนหลักประกันการรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้าให้แก่คู่สัญญาต่อไป

๓. กรณีงานซื้อหรืองานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง เช่น งานจ้างจัดกิจกรรมเดินทางไปศึกษาดูงาน จ้างจัดฝึกอบรมหลักสูตร หรือจ้างจัดงานนิทรรศการ เป็นต้น หากมูลค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ หรือเนื้องานที่ต้องดำเนินการในโครงการนั้น มีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขขอบเขตของงาน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ หากหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความจำเป็นจะดำเนินการตามสัญญาต่อไป ย่อมอยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาดำเนินการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง ตามนัยมาตรา ๙๗ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติฯ ประกอบระเบียบฯ ข้อ ๑๖๕ ทั้งนี้ หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป

— หน้า 3 —

๔. การพิจารณาตามข้อ ๑ - ๓ ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาจากหนังสือที่คู่สัญญาแจ้งเหตุให้หน่วยงานของรัฐทราบพร้อมทั้งรายละเอียดการชี้แจงข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่แสดงให้เห็นได้ว่าต้นทุนของวัสดุ ครุภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการนั้น มีราคาเพิ่มสูงขึ้นหรือขาดแคลนพัสดุที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และมีผลกระทบต่อสัญญาหรือข้อตกลงอย่างมีนัยสำคัญ จนเป็นเหตุให้ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐได้ หรือเป็นเหตุให้คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติงานตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ เช่น หลักฐานที่แสดงว่ามีการยกเลิกสายการผลิตของรายการพัสดุนั้น หลักฐานที่แสดงว่าราคาต้นทุนของวัสดุ ครุภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการเพิ่มสูงขึ้น หรือหลักฐานที่แสดงว่าคู่สัญญาไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบเพื่อดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ เป็นต้น

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่