แนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/ว ๑๒๒
ลงวันที่๙ มีนาคม ๒๕๖๔
ใช้กับสัญญาจ้างก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย
จำนวน6 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

แนวทางขยายเวลา/งดลดค่าปรับตามมาตรา 102 วรรคหนึ่ง (2) (เหตุสุดวิสัย) เมื่องานก่อสร้างได้รับผลกระทบจากอุทกภัย แบ่ง 3 ลักษณะ พร้อมเอกสารหลักฐานที่หน่วยงานและคู่สัญญาต้องมีอย่างน้อย: (1.1) น้ำท่วมขังพื้นที่ก่อสร้าง นับรวมเวลาที่ท่วม รอระบายน้ำ และแก้งานให้กลับสภาพเดิม · (1.2) น้ำท่วมแหล่งวัสดุธรรมชาติจนขาดวัตถุดิบ นับรวมเวลาจัดหาแหล่งใหม่ ทดสอบคุณสมบัติ และอนุมัติวัสดุ · (1.3) เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ลำเลียงคน วัสดุ อุปกรณ์ไม่ได้ · หลักฐานร่วม: บันทึกผู้ควบคุมงานที่ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ความเห็นหรือรายงานประชุมคณะกรรมการตรวจรับ ประกาศจังหวัดพื้นที่ประสบภัย แผนงาน/ใบแจ้งการทำงาน รูปถ่าย และข้อมูลสถานีวัดน้ำหรือกรมอุตุนิยมวิทยา · เงื่อนไข: สัญญายังมีผลและยังไม่ตรวจรับงวดสุดท้าย · ผู้รับจ้างแจ้งประธานกรรมการตรวจรับผ่านผู้ควบคุมงาน กรรมการเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาโดยเร็ว · สัญญาหลายงวดที่ครบกำหนดแล้วแต่ยังไม่ส่งงวดสุดท้าย ให้หักค่าปรับจากค่าจ้างงวดนั้น ๆ แล้วพิจารณางดหรือลดค่าปรับตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีสิทธิได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาก่อสร้างหรืองดหรือลดค่าปรับจะต้องเป็นผู้รับจ้างที่ได้ลงนามทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งสัญญาดังกล่าวยังมีนิติสัมพันธ์อยู่และยังมิได้มีการตรวจรับงานในงวดสุดท้าย
ว 122/2564
หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาขยายเวลาตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ตามจำนวนวันที่เกิดเหตุขึ้นจริง
ว 122/2564
ให้หักค่าปรับออกจากค่าจ้างสำหรับการจ่ายเงินในงวดนั้น ๆ
ว 122/2564

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

4 รายการ
มาตรา 102 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๒ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริ…
ข้อ 182 ระเบียบฯ 2560 · หมวด 6 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
ข้อ ๑๘๒ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ หรือ…
มาตรา 24 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 1 — คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี (๒) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและป…
มาตรา 29 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 2 — คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อคณะกรรมการนโยบาย …

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง แนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย

ด้วยปรากฏว่า ผู้ประกอบการที่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐประสบปัญหาในการดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงอันเนื่องมาจากเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัด และหน่วยงานของรัฐได้ขอหารือเกี่ยวกับการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงในกรณีดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ (๒) เหตุสุดวิสัย (๓) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (๔) เหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” และวรรคสอง บัญญัติว่า “หลักเกณฑ์และวิธีการของงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด” ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๘๒ กำหนดว่า “การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ หรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ให้หน่วยงานของรัฐระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงกำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น”

— หน้า 2 —

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเพื่อบรรเทาปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐ จึงอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) กำหนดแนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

— หน้า 4 —

แนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย แนบท้ายหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๔/ว ๑๒๒ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๔

๑. แนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย แบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้

๑.๑ เหตุอันเนื่องมาจากพื้นที่ก่อสร้างไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้จากการเกิดเหตุอุทกภัย ลักษณะ มีน้ำท่วมขังพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ผู้รับจ้างได้ปรับสภาพพื้นที่ก่อสร้างเรียบร้อยพร้อมก่อสร้างแล้ว ต่อมาเกิดเหตุอุทกภัย ผู้รับจ้างยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างยังมีน้ำท่วมขัง ระยะเวลาที่สูญเสียไปจากเหตุมีน้ำท่วมขังพื้นที่ก่อสร้าง และระยะเวลาที่ผู้รับจ้างใช้ไปในการปรับพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อยพร้อมก่อสร้างใหม่ รวมทั้งระยะเวลาที่รอการระบายน้ำท่วมขังและระยะเวลาการแก้ไขงานให้กลับสภาพเดิมก่อนเหตุน้ำท่วม หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาขยายเวลาตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ตามจำนวนวันที่เกิดเหตุขึ้นจริง เป็นต้น

เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา หน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ปรากฏการลงลายมือชื่อรับรองของผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย ซึ่งได้บันทึกรายละเอียดและเหตุการณ์เกี่ยวกับงานก่อสร้างที่ชำรุดเสียหายและการซ่อมแซมแก้ไขงานก่อสร้าง (๒) ความเห็นหรือบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (๓) ประกาศจังหวัดที่มีพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีที่ไม่มีประกาศจังหวัด ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้พิจารณาตามจำนวนวันที่ผู้รับจ้างได้รับผลกระทบจริง คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แผนการดำเนินงานก่อสร้าง หรือใบแจ้งการทำงาน (๒) ข้อมูลอื่น เช่น สถานีวัดน้ำ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชน เป็นต้น (๓) รูปถ่ายพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจนที่ได้รับความเสียหายพร้อมการรับรองโดยผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

๑.๒ เหตุอันเนื่องมาจากแหล่งวัสดุธรรมชาติเกิดน้ำท่วมขัง ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบ ลักษณะ มีน้ำท่วมขังบริเวณแหล่งวัสดุธรรมชาติ เช่น ผู้รับจ้างระบุแหล่งวัตถุดิบตามเอกสารแนบท้ายสัญญา หรือตามบันทึกเสนอแหล่งวัตถุดิบสำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติ ต่อมาเกิดเหตุอุทกภัยมีน้ำท่วมขังบริเวณแหล่งวัสดุธรรมชาติ ระยะเวลาที่สูญเสียไปจากเหตุมีน้ำท่วมขัง ระยะเวลาที่รอการระบายน้ำท่วมขัง และระยะเวลาที่ผู้ผลิตสามารถกลับมาจำหน่ายวัตถุดิบได้ ระยะเวลาที่ต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ระยะเวลาในการทดสอบคุณสมบัติของวัตถุดิบและการอนุมัติให้ใช้วัสดุก่อสร้างใหม่ หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาขยายเวลาตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ตามจำนวนวันที่เกิดเหตุขึ้นจริง เป็นต้น

เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา หน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ปรากฏการลงลายมือชื่อรับรองของผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย (๒) ความเห็นหรือบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (๓) ประกาศจังหวัดที่มีพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินบริเวณแหล่งวัสดุธรรมชาติ กรณีที่ไม่มีประกาศจังหวัด ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้พิจารณาตามจำนวนวันที่ผู้รับจ้างได้รับผลกระทบจริง

— หน้า 5 —

คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แผนการดำเนินงานก่อสร้าง หรือใบแจ้งการทำงาน (๒) หลักฐานการแจ้งแหล่งวัสดุก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐอนุมัติ (๓) รูปถ่ายบริเวณพื้นที่แหล่งวัสดุธรรมชาติที่ชัดเจนที่ได้รับความเสียหายพร้อมการรับรองของผู้ผลิตหรือจำหน่าย ผู้รับจ้างหรือตัวแทน และผู้ควบคุมงานฝ่ายผู้ว่าจ้าง (๔) ข้อมูลอื่น เช่น สถานีวัดน้ำ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชน เป็นต้น

๑.๓ เหตุอันเนื่องมาจากเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติเกิดน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้ไม่สามารถลำเลียงแรงงาน วัตถุดิบและวัสดุก่อสร้าง เพื่อเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ ลักษณะ การเดินทางโดยรถยนต์ถูกตัดขาดไม่สามารถลำเลียงแรงงาน ลำเลียงวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนสัมภาระเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ หรือไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลังและงานก่อสร้างล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เช่น พื้นที่ก่อสร้างอยู่ที่จังหวัดสงขลาแต่คนงานต้องเดินทางไปกลับเพื่อพักนอนที่จังหวัดพัทลุงซึ่งอยู่ห่างประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ต่อมาเกิดฝนตกน้ำท่วมถนนขาด หรือเส้นทางคมนาคมที่เข้าพื้นที่ก่อสร้างถูกตัดขาด เป็นต้น

เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา หน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่ปรากฏการลงลายมือชื่อรับรองของผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่าย (๒) ความเห็นหรือบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐต้องมีหลักฐานประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) แผนการดำเนินงานก่อสร้าง หรือใบแจ้งการทำงาน (๒) แผนที่แสดงตำแหน่งเส้นทางจราจรในการขนส่งวัสดุก่อสร้าง (๓) รูปถ่ายพื้นที่บริเวณเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดที่ชัดเจนที่ได้รับความเสียหายพร้อมการรับรองโดยผู้ควบคุมงานก่อสร้าง (๔) ข้อมูลอื่น เช่น สถานีวัดน้ำ ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชน เป็นต้น

๒. เงื่อนไขการพิจารณาตามแนวทางปฏิบัติการงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๒ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย

๒.๑ ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีสิทธิได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาก่อสร้างหรืองดหรือลดค่าปรับจะต้องเป็นผู้รับจ้างที่ได้ลงนามทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งสัญญาดังกล่าวยังมีนิติสัมพันธ์อยู่และยังมิได้มีการตรวจรับงานในงวดสุดท้าย

๒.๒ ให้พิจารณาวันที่เหตุสิ้นสุดลงจากเอกสารหลักฐานที่อ้างอิงได้ตามข้อเท็จจริง โดยให้ผู้รับจ้างแจ้งประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้างให้ทราบถึงเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถดำเนินงานก่อสร้างได้ในช่วงเหตุการณ์ดังกล่าว และให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาว่าควรขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง หรืองดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาหรือไม่ พร้อมเหตุผลประกอบการพิจารณา แล้วเสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาโดยเร็ว หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าคู่สัญญาได้รับผลกระทบย่อมเป็นดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง หรืองดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาได้

— หน้า 6 —

๒.๓ กรณีสัญญากำหนดแบ่งการชำระเงินค่าจ้างออกเป็นหลายงวด และสัญญาได้ครบกำหนดส่งมอบงานแล้ว แต่คู่สัญญายังมิได้ส่งมอบงานในงวดสุดท้าย เนื่องจากมีเหตุที่ได้รับผลกระทบภายหลังเกิดเหตุอุทกภัย และเป็นผลให้สัญญามีค่าปรับ หากเหตุดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว และหน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาจำนวนเงินค่าปรับได้ ให้หักค่าปรับออกจากค่าจ้างสำหรับการจ่ายเงินในงวดนั้น ๆ โดยให้ดำเนินการตามข้อ ๒.๔ ต่อไป

๒.๔ กรณีสัญญากำหนดแบ่งการชำระเงินค่าจ้างเป็นงวดเดียว หรือกรณีที่คู่สัญญาส่งมอบงานในงวดสุดท้าย ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญาตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง

นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

สิ่งที่ส่งมาด้วย / เอกสารแนบ (ดูในต้นฉบับ)

ไฟล์หน้า ๓ เป็นปกของแนวทางแนบท้าย ไฟล์หน้า ๔–๖ คือตัวแนวทาง (เลขหน้าในตัวเอง ๑–๓)

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่