หน้าแรก / การจำหน่ายพัสดุ (ขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพ/ทำลาย และการจำหน่ายเป็นสูญ)
การจำหน่ายพัสดุ (ขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพ/ทำลาย และการจำหน่ายเป็นสูญ)
หลังตรวจสอบพัสดุประจำปีแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือใช้ต่อจะสิ้นเปลืองมาก เจ้าหน้าที่เสนอรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งจำหน่ายได้ 4 วิธี คือ ขาย แลกเปลี่ยน โอน หรือแปรสภาพ/ทำลาย (ข้อ 215) โดยการขายต้องทอดตลาดก่อนเป็นหลัก ยกเว้น 3 กรณีที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ ทั้งหมดโดยปกติต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการ ถ้าพัสดุสูญไปโดยไม่มีตัวผู้รับผิด หรือมีแต่ชดใช้ไม่ได้ หรือมีตัวพัสดุแต่ไม่สมควรจำหน่ายตามข้อ 215 ให้จำหน่ายเป็นสูญตามข้อ 217 โดยไม่เกิน 1,000,000 บาท หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุมัติเอง เกินกว่านั้นต้องขึ้นไปถึงกระทรวงการคลัง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่ประเภทหน่วยงาน เสร็จแล้วจึงลงจ่ายออกจากบัญชีทันทีและแจ้ง สตง. ภายใน 30 วัน (ข้อ 218)
ขั้นตอนปฏิบัติ
- 1. ผ่านการตรวจสอบพัสดุประจำปีตามข้อ 213 และสอบหาข้อเท็จจริงตามข้อ 214 มาก่อน (หรือถ้าเกิดก่อนรอบตรวจสอบ ใช้ทางข้อ 219)
- 2. เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งวิธีจำหน่าย (ข้อ 215 วรรคหนึ่ง)
- 3. เลือกวิธี — ขาย (ข้อ 215 (1)) · แลกเปลี่ยน (ข้อ 215 (2) ใช้วิธีตามส่วนการแลกเปลี่ยน ข้อ 96 เป็นต้นไป) · โอนให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร พร้อมหลักฐานการส่งมอบ (ข้อ 215 (3)) · แปรสภาพหรือทำลายตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด (ข้อ 215 (4))
- 4. ถ้าเลือกขาย ต้องทอดตลาดก่อนเป็นหลัก · ยกเว้นราคาซื้อ/ได้มารวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ขายเฉพาะเจาะจงได้ (ข้อ 215 (1)(ก)) · ขายให้หน่วยงานของรัฐหรือองค์การสถานสาธารณกุศล ให้ขายเฉพาะเจาะจง (ข้อ 215 (1)(ข)) · ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เคยถือใช้ ให้ขายเฉพาะเจาะจง (ข้อ 215 (1)(ค))
- 5. ก่อนประกาศขายทอดตลาด ต้องให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายประเมินราคาทรัพย์สิน แล้วเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบราคาประเมิน (ข้อ 215 (1) วรรคท้าย)
- 6. โดยปกติดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการ (ข้อ 215 วรรคท้าย)
- 7. เงินที่ได้ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายการเงินของหน่วยงาน (ข้อ 216)
- 8. ถ้าของสูญโดยไม่มีตัวผู้รับผิด หรือมีแต่ชดใช้ไม่ได้ หรือมีของแต่ไม่สมควรจำหน่ายตามข้อ 215 → จำหน่ายเป็นสูญ โดยไม่เกิน 1,000,000 บาท หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุมัติ เกินกว่านั้นเสนอกระทรวงการคลัง / ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. นายกเมืองพัทยา / ตามที่หน่วยงานของรัฐอื่นกำหนด (ข้อ 217 (1) (2))
- 9. เมื่อดำเนินการตามข้อ 215 และข้อ 217 แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ลงจ่ายพัสดุออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที แล้วแจ้ง สตง. ภายใน 30 วัน นับแต่วันลงจ่าย (ข้อ 218 วรรคหนึ่ง)
- 10. พัสดุที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย เช่น รถยนต์ ต้องแจ้งนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย (ข้อ 218 วรรคสอง)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- จำหน่ายพัสดุโดยยังไม่ผ่านการตรวจสอบพัสดุประจำปี ทั้งที่ข้อ 215 เขียนเงื่อนไขเปิดไว้ว่า 'หลังจากการตรวจสอบแล้ว' (ถ้าเกิดก่อนรอบตรวจสอบ ต้องเดินตามข้อ 219 ซึ่งบังคับให้ทำตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ให้เสร็จก่อน)
- ขายพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจงทันทีทั้งที่มูลค่าเกิน 500,000 บาท ทั้งที่ข้อ 215 (1) ให้ 'ขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน' และข้อยกเว้นตาม (ก) จำกัดที่ราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
- ประกาศขายทอดตลาดโดยไม่ประเมินราคาก่อน และไม่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบราคาประเมิน (ข้อ 215 (1) วรรคท้าย)
- โอนพัสดุให้เอกชนหรือมูลนิธิทั่วไป ทั้งที่ข้อ 215 (3) ให้โอนได้เฉพาะแก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องมีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกัน
- หัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุมัติจำหน่ายเป็นสูญเองในกรณีที่ราคาซื้อหรือได้มารวมกันเกิน 1,000,000 บาท ทั้งที่ข้อ 217 (2) ให้เป็นอำนาจกระทรวงการคลัง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าฯ กทม. นายกเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี
- ลงจ่ายพัสดุออกจากบัญชีแล้วไม่แจ้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภายใน 30 วัน (ข้อ 218 วรรคหนึ่ง)
- จำหน่ายรถยนต์หรือพัสดุที่ต้องจดทะเบียนแล้วไม่แจ้งนายทะเบียน (ข้อ 218 วรรคสอง)
- ปล่อยเรื่องค้างเกิน 60 วัน หลังหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการ ทั้งที่ข้อ 215 วรรคท้าย กำหนดว่าโดยปกติให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันสั่งการ
มาตรา/ข้อ ที่เกี่ยวข้อง
9 รายการ
มาตรา 113
พ.ร.บ. 2560 · หมวด 13 — การบริหารพัสดุ
มาตรา ๑๑๓ การดำเนินการตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งรวมถึงการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหน…
ข้อ 215
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๒๑๕ หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ในหน่วยงานของรัฐ ต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื…
ข้อ 96
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การแลกเปลี่ยน
ข้อ ๙๖ การแลกเปลี่ยนพัสดุจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่า มีความจำเป็นจะต้องแลกเปลี่ยน ให้กระทำได้เฉพาะการแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์…
ข้อ 216
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๒๑๖ เงินที่ได้จากการจำหน่ายพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องทางการเงินของหน่วยงานของรัฐนั้น หรือข้อตกลงในส่วนที่ใช้…
ข้อ 217
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๒๑๗ ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิดแต่ไม่สามารถชดใช้ได้ หรือมีตัวพัสดุอยู่แต่ไม่สมควรดำเนินการตามข้อ ๒๑๕ ให้จำหน่ายพัสดุนั้นเป็…
ข้อ 218
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๒๑๘ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๒๑๕ และข้อ ๒๑๗ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ลงจ่ายพัสดุนั้น ออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที แล้วแจ้งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทราบภายใน ๓๐…
ข้อ 219
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 4 — การจำหน่ายพัสดุ
ข้อ ๒๑๙ ในกรณีที่พัสดุของหน่วยงานของรัฐเกิดการชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ ๒๑๓ และได้ดำเนินการ ตามกฎหมา…
ข้อ 213
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 3 — การบำรุงรักษา การตรวจสอบ การบำรุงรักษา
ข้อ ๒๑๓ ภายในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือหัวหน้าหน่วยพัสดุตามข้อ ๒๐๕ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุซึ่งมิใช่เป็นเ…
ข้อ 214
ระเบียบฯ 2560 · ส่วนที่ 3 — การบำรุงรักษา การตรวจสอบ การบำรุงรักษา
ข้อ ๒๑๔ เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบพัสดุตามข้อ ๒๑๓ และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในหน่วยงานของรัฐ…