เรื่อง แนวทางการแจ้งเป็นผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๙
ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการดังต่อไปนี้ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญานั้นกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน (๑) เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐภายในเวลาที่กำหนด (๒) คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐหรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือนั้น (๓) เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต (๔) เมื่อปรากฏว่าผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอย่างร้ายแรง (๕) เมื่อปรากฏว่าผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้ประกอบการงานก่อสร้างไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘ (๖) การกระทำอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” และวรรคสอง บัญญัติว่า “ให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน และให้แจ้งเวียนรายชื่อผู้ทิ้งงานให้หน่วยงานของรัฐทราบกับแจ้งเวียนในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางรวมทั้งแจ้งให้ผู้ทิ้งงานทราบด้วย” และในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน ตามความในมาตรา ๑๐๙ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมความเห็นของตนเสนอไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๙๓ และปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐมีความผิดตามกฎหมาย เช่น ฉ้อโกง หรือทุจริต ซึ่งหน่วยงานของรัฐคู่สัญญามิได้ดำเนินการพิจารณาแจ้งให้คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐรายนั้นเป็นผู้ทิ้งงานมายังปลัดกระทรวงการคลังแต่อย่างใด เนื่องจากมิใช่กรณีที่เกิดจากการบอกเลิกสัญญา ทำให้คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐรายดังกล่าวยังสามารถยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐอื่นได้ ซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดการทุจริตในอนาคต ประกอบกับเรื่องดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางในการพิจารณาก่อนส่งเรื่องมาให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๙ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) กำหนดแนวทาง ดังนี้
๑. กรณีดังต่อไปนี้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาให้ผู้ยื่นข้อเสนอ หรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ทิ้งงาน พร้อมความเห็นของตนเสนอมายังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานโดยเร็ว
๑.๑ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง (๑) บัญญัติว่า “เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐภายในเวลาที่กำหนด” หมายความว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐดำเนินการประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกแล้ว และหน่วยงานของรัฐได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือกมาลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือกับหน่วยงานของรัฐภายในระยะเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดและภายในกำหนดระยะเวลายืนราคา หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๑.๒ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง (๒) บัญญัติว่า “คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐหรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือนั้น” หมายความว่า ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามแล้ว คู่สัญญาหรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
๑.๓ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง (๓) บัญญัติว่า “เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต” หมายความว่า การที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งหรือหลายรายกระทำการอย่างใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรค หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะกระทำโดยการสมยอมกันหรือโดยการให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่งรายใดเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อให้เกิดความได้เปรียบหน่วยงานของรัฐโดยมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ รวมทั้งกรณีหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายหรือหน่วยงานของรัฐคู่สัญญา พบว่าคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐมีพฤติกรรมสมยอมกัน หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐคู่สัญญา หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย หรือผู้อื่นได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีในเรื่องเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐจนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐในโครงการนั้นมีความผิดตามกฎหมายแล้ว
๑.๔ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง (๔) บัญญัติว่า “เมื่อปรากฏว่าผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอย่างร้ายแรง” หมายความว่า เมื่อหน่วยงานของรัฐได้นำผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษาหรือหน่วยงานของรัฐได้นำผลการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างไปปฏิบัติงานแล้วมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอย่างร้ายแรง เนื่องจากผลการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพตามกฎหมาย
๑.๕ มาตรา ๑๐๙ วรรคหนึ่ง (๕) บัญญัติว่า “เมื่อปรากฏว่าผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้ประกอบการงานก่อสร้างไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๘” หมายความว่า ผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีส่วนได้เสียกับผู้ประกอบการงานก่อสร้างในงานนั้น ในลักษณะที่มีความสัมพันธ์โดยตรง กล่าวคือ ผู้ให้บริการเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างในงานที่ตนเองเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น และในลักษณะที่มีความสัมพันธ์โดยอ้อม กล่าวคือ ผู้ให้บริการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เป็นลูกจ้าง ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ให้กับผู้ประกอบการงานก่อสร้างซึ่งเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่เป็นคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐในงานที่ตนเองเป็นผู้ให้บริการ
๒. การแจ้งเป็นผู้ทิ้งงานตามข้อ ๑ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และแจ้งรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอ หรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐ หรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ ตามแบบแจ้งผู้ทิ้งงานส่งให้ปลัดกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย