แนวทางการพิจารณางบแสดงฐานะการเงินตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ และ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๔๘
ลงวันที่๒๐ มกราคม ๒๕๖๘
จำนวน14 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

รายละเอียดการตรวจ "มูลค่าสุทธิของกิจการ" ของผู้ยื่นข้อเสนอ: นิติบุคคลจดทะเบียนเกิน 1 ปี ใช้งบแสดงฐานะการเงินที่รับรองแล้วของปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (สินทรัพย์หักหนี้สิน) ต้องเป็นบวก · นิติบุคคลที่ยังไม่มีงบ ดูทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตามวงเงิน (ไม่เกิน 1 ล้านบาทไม่ต้องกำหนด · เกิน 1–5 ล้าน ทุน 1 ล้าน · เกิน 5–10 ล้าน 2 ล้าน · เกิน 10–20 ล้าน 3 ล้าน · เกิน 20–60 ล้าน 8 ล้าน · เกิน 60–150 ล้าน 20 ล้าน · เกิน 150–300 ล้าน 60 ล้าน · เกิน 300–500 ล้าน 100 ล้าน · เกิน 500 ล้าน 200 ล้านบาท) · บุคคลธรรมดาต้องมีหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณ อายุไม่เกิน 90 วัน · ถ้าไม่ผ่าน ใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณแทนได้ · ถ้ายื่นงบผิดปีหรือไม่ได้ยื่น ให้หน่วยงานตรวจเองที่ datawarehouse.dbd.go.th ถ้ากิจการส่งงบปีที่ถูกต้องให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในวันยื่นข้อเสนอแล้ว ถือเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยได้ · ไม่ใช้กับหน่วยงานของรัฐ กิจการที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการแล้ว การจัดซื้อตาม ม.56 (2) (ข) และ (ค) การซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ และการจ้างบุคคลธรรมดา

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก
ว 48/2568
โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
ว 48/2568
หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากต้องเป็นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่ธนาคารเจ้าของบัญชีออกให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่สามารถใช้เอกสารการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) แทนได้
ว 48/2568

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

1 รายการ

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง แนวทางการพิจารณางบแสดงฐานะการเงินตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ และ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

อ้างถึง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ · ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้แจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ โดยเป็นการคัดกรองผู้ประกอบการที่มีศักยภาพทางการเงินที่ดีเพียงพอที่จะมาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ เพื่อลดปัญหาการทิ้งงานอันเนื่องมาจากผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องในระหว่างดำเนินการตามสัญญา ซึ่งได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นงบแสดงฐานะการเงินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องในวันยื่นข้อเสนอ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แต่เนื่องจากหนังสือที่อ้างถึงยังไม่ได้กำหนดแนวทางการพิจารณากรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไว้แล้ว ส่งผลให้เกิดปัญหาการอุทธรณ์ผลการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในประเด็นดังกล่าว นั้น

— หน้า 2 —

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงกำหนดแนวทางการพิจารณามูลค่าสุทธิของกิจการ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ และ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

— หน้า 3 —

สิ่งที่ส่งมาด้วย ๑ — แนวทางการพิจารณางบแสดงฐานะการเงินตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ และ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๑๔ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

๑. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ

๑.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ให้พิจารณาดังนี้

๑.๑.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ของ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก

๑.๑.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว
(๑) ไม่เกิน ๑ ล้านบาทไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(๒) เกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
(๓) เกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
(๔) เกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
(๕) เกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
(๖) เกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
(๗) เกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
(๘) เกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
(๙) เกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไปไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท

ต้นฉบับเขียนเป็นข้อ (๑)–(๙) พัสดุ.net จัดเป็นตารางเพื่อให้อ่านง่าย ถ้อยคำและตัวเลขตามต้นฉบับ

๑.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอหรือวันลงนามในสัญญา ไม่เกิน ๙๐ วัน

— หน้า 4 —

๑.๓ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๑.๑.๑ ข้อ ๑.๑.๒ และข้อ ๑.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ สำหรับธนาคารภายในประเทศหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด

๑.๔ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ตามข้อ ๑.๑.๒ ข้อ ๑.๒ และข้อ ๑.๓ มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) หรือมีหนังสือเชิญชวน จนถึงวันเสนอราคา

๒. การใช้บังคับ

๒.๑ กรณีตามข้อ ๑.๑ - ข้อ ๑.๓ ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ตามหมวด ๖ งานจ้างที่ปรึกษา ตามหมวด ๗ และงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ตามหมวด ๘ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ

(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ

(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ

(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์

(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น

— หน้า 5 —

๓. แนวทางการพิจารณาตามข้อ ๑.๑ ข้อ ๑.๒ และข้อ ๑.๓

๓.๑ การพิจารณากรณีผู้ยื่นข้อเสนอ

๓.๑.๑ การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย กรณีนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี โดยให้ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นงบแสดงฐานะการเงินนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทำการตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอจากงบแสดงฐานะการเงิน ดังนั้น กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่ได้ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน หรือยื่นงบแสดงฐานะการเงินที่ไม่ใช่ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หรือยื่นเอกสารผิดประเภท หรือกรณีอื่นใด ให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบข้อมูลงบแสดงฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอในช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th ด้วยทุกครั้ง

๓.๑.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี ที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย และไม่มีหน้าที่ในการจัดทำงบแสดงฐานะการเงินเพื่อนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีนี้หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินในวันยื่นข้อเสนอ ให้ถือว่าไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการ เนื่องจากหน่วยงานของรัฐไม่อาจตรวจสอบข้อมูลในช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th ได้

๓.๑.๓ งบแสดงฐานะการเงิน หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับรอง หรืองบการเงินที่ผู้ตรวจสอบบัญชีรับรองแล้ว หรือรายงานงบแสดงฐานะการเงินที่ผ่านการรับรองแล้ว กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

๓.๑.๔ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เช่น หน่วยงานของรัฐกำหนดวันยื่นข้อเสนอในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ งบแสดงฐานะการเงินที่ให้ใช้ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แทนได้

๓.๒ การพิจารณากรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

๓.๒.๑ กรณีนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี ให้พิจารณาจากงบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้กรณีวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๗ กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แทนได้

ตัวอย่างที่ ๑ กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดวันยื่นข้อเสนออยู่ในช่วงของเดือนมกราคม - พฤษภาคม ในแต่ละปี ซึ่งเป็นช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หน่วยงานของรัฐกำหนดให้ยื่นข้อเสนอวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ โดยหลักการแล้ว ต้องใช้งบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และหากผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมีงบแสดงฐานะการเงินปีปฏิทินสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ คือ งบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ แล้ว ต้องใช้งบแสดงฐานะการเงินของปี พ.ศ. ๒๕๖๖ แต่กรณีนี้ในวันยื่นข้อเสนอ คือ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้ยื่นข้อเสนอจึงสามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แทนได้

— หน้า 6 —

ตัวอย่างที่ ๒ กรณีหน่วยงานของรัฐกำหนดวันยื่นข้อเสนอตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ซึ่งพ้นกำหนดเวลายื่นงบแสดงฐานะการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หน่วยงานของรัฐกำหนดให้ยื่นข้อเสนอวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ ระบบ e - GP บันทึกข้อมูลงบแสดงฐานะการเงิน ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นการยื่นงบแสดงฐานะการเงินที่ไม่ใช่ ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ และเนื่องจากล่วงพ้นระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว จึงเป็นการยื่นเอกสารไม่ถูกต้อง งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอที่ถูกต้อง คือ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยในวันพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก หรือคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ได้ตรวจสอบงบแสดงฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอในช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th แล้ว หากปรากฏงบแสดงฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอเป็นปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีค่าเป็นบวก คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องตรวจสอบด้วยว่า งบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในวันยื่นข้อเสนอหรือไม่ ตามกรณีตัวอย่างหากผู้ยื่นข้อเสนอส่งงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ภายในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ สามารถนำข้อมูลงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มาเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาได้ โดยให้ถือเป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่ไม่เป็นสาระสำคัญ และให้พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ์ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น แต่ถ้าส่งงบการเงินภายหลังวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๗ จะไม่สามารถพิจารณาผ่อนปรนได้ ดังนั้น หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ได้ยื่นหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อตามข้อ ๑.๓ ในวันยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวจะไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการ

ตัวอย่างที่ ๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเอกสารการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอในข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ ผิดประเภท กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี ได้ยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอแทนงบแสดงฐานะการเงินหรือมูลค่าของทุนจดทะเบียน ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก หรือคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตรวจสอบงบแสดงฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอในช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th แล้ว หากปรากฏงบแสดงฐานะการเงินของผู้ยื่นข้อเสนอเป็นปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีค่าเป็นบวก คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องตรวจสอบด้วยว่า งบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งงบแสดงฐานะการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในวันยื่นข้อเสนอหรือไม่ ถ้าส่งภายในวันยื่นข้อเสนอ สามารถนำข้อมูลงบแสดงฐานะการเงินปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มาเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาได้ โดยให้ถือเป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่ไม่เป็นสาระสำคัญ และให้พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ์ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น แต่ถ้าส่งงบแสดงฐานะการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายหลังวันยื่นข้อเสนอ จะไม่สามารถพิจารณาผ่อนปรนได้ และหากผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวไม่ได้ยื่นเอกสารรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารตามที่กำหนดในข้อ ๑.๓ ในวันยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าวจะไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการ

— หน้า 7 —

๓.๒.๒ การพิจารณากรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเข้ามาในระบบ e - GP ในวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณามูลค่าทุนจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าทุนจดทะเบียนที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเข้ามาในระบบ e - GP ในวันยื่นข้อเสนอ

๓.๓ การพิจารณากรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

๓.๓.๑ กรณีนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยพิจารณาจากรายงานงบแสดงฐานะการเงินซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเข้ามาในระบบ e - GP ในวันยื่นข้อเสนอ

๓.๓.๒ กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณามูลค่าของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว จากหนังสือรับรองการจดทะเบียน หรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นเข้ามาในระบบ e - GP ในวันยื่นข้อเสนอ อนึ่ง กรณีเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ เอกสารที่ใช้ในการยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด

๓.๔ การพิจารณากรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาผู้ถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย

๓.๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นบุคคลธรรมดาจะต้องยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง โดยจะใช้หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากหลายบัญชีหรือหลายธนาคารรวมกันก็ได้ โดยหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากแต่ละฉบับสามารถนำไปใช้ยื่นกับหลายโครงการหรือหลายหน่วยงานได้ ทั้งนี้ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากต้องมีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ

๓.๔.๒ ในกรณีที่เป็นผู้ชนะหรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องยื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะลงนามในสัญญานั้น จะใช้หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากฉบับที่ใช้ยื่นในวันยื่นข้อเสนอก็ได้ หากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากฉบับดังกล่าวนั้นยังไม่พ้น ๙๐ วัน นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรองจนถึงวันลงนามสัญญา แต่หากพ้นกำหนด ๙๐ วัน แล้ว ต้องใช้หนังสือรับรองเงินฝากฉบับใหม่แทน

— หน้า 8 —

๓.๔.๓ หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากต้องเป็นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่ธนาคารเจ้าของบัญชีออกให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่สามารถใช้เอกสารการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) แทนได้ อนึ่ง กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย เอกสารใช้ในการยื่นข้อเสนอจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด

๓.๕ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๓.๑ - ข้อ ๓.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีปฏิทินสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หรืองบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีปฏิทินสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอติดลบ หรือทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้วไม่เพียงพอ หรือเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารไม่ถึง ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง หากผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางของประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารกลางของประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อจากธนาคารไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งมาใช้แทน ให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นผ่านคุณสมบัติเรื่องมูลค่าสุทธิของกิจการ แต่หากผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่ได้ยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอก็จะไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเรื่องมูลค่าสุทธิของกิจการ

๓.๖ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นกิจการร่วมค้า ให้พิจารณาคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการผู้เข้าร่วมค้าแต่ละราย ตามข้อ ๓.๑ - ข้อ ๓.๔ แล้วแต่กรณี โดยให้พิจารณาตามสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าที่กำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้า หากผู้เข้าร่วมค้ารายหนึ่งรายใดมีคุณสมบัติเรื่องมูลค่าสุทธิของกิจการไม่ถูกต้อง ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้ารายนั้นไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการ

๓.๗ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นมูลนิธิหรือสหกรณ์ ให้พิจารณามูลค่าสุทธิของกิจการตามข้อ ๑ จากงบแสดงฐานะการเงินหรือรายงานทางการเงินที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเข้ามา ในวันยื่นข้อเสนอ

๓.๘ กรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e - market) ภายหลังจากที่ได้ผู้ชนะการเสนอราคาแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอราคารายนั้น ดังนี้ ๓.๘.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน ๑ ปี ให้ตรวจสอบข้อมูลงบแสดงฐานะการเงินผ่านช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th โดยให้พิจารณาตามข้อ ๓.๑ - ๓.๓

— หน้า 9 —

๓.๘.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน ให้ตรวจสอบข้อมูลมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามข้อ ๓.๒.๒ และ ข้อ ๓.๓.๒ ๓.๘.๓ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะการเสนอราคายื่นหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง ภายในระยะเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนด โดยให้พิจารณาตามข้อ ๓.๔.๑ - ข้อ ๓.๔.๓ ๓.๘.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๓.๘.๑ - ข้อ ๓.๘.๓ ให้ดำเนินการตามข้อ ๓.๕ โดยให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะการเสนอราคายื่นหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ ภายในระยะเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนด หากผู้ชนะการเสนอราคาไม่ยื่นภายในระยะเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติเรื่องมูลค่าสุทธิของกิจการ

๓.๙ กรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก หรือคณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการของผู้ประกอบการรายที่จะเชิญให้เข้ามายื่นข้อเสนอ ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนที่จะได้มีหนังสือเชิญชวน โดยตรวจสอบจากช่องทาง www.datawearhouse.dbd.go.th และต้องตรวจสอบคุณสมบัติมูลค่าสุทธิของกิจการอีกครั้งในวันพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ ให้พิจารณาและดำเนินการตามข้อ ๓.๑ - ข้อ ๓.๗ แล้วแต่กรณี ยกเว้นกรณีหน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

สิ่งที่ส่งมาด้วย / เอกสารแนบ (ดูในต้นฉบับ)

ต้นฉบับพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ว่า "www.datawearhouse.dbd.go.th" — คัดตามต้นฉบับ

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่