เรื่อง แนวทางปฏิบัติการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (๑)
อ้างถึง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๒ ลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้ซ้อมความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) ที่กำหนดว่า “หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน...” แต่ภายหลังพบว่า หน่วยงานของรัฐแต่ละแห่งมีวิธีการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาดที่แตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็น หรือหากใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก จนเกิดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ประกอบกับมูลค่าของพัสดุลดลง รวมทั้งเกิดข้อจำกัดด้านสถานที่ในการจัดเก็บพัสดุ นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางในการจำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็น หรือหากใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก โดยวิธีการขายทอดตลาด เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๓) และ (๗) เห็นสมควรให้ยกเลิกหนังสือที่อ้างถึง และกำหนดแนวทางปฏิบัติการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ โดยวิธีการขายทอดตลาด ตามนัยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐข้อ ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) ดังนี้
๑. การประเมินราคาทรัพย์สิน
ให้ผู้รับผิดชอบประเมินราคาทรัพย์สินก่อนประกาศขายทอดตลาด โดยประเมินราคาทรัพย์สินแยกแต่ละประเภทรายการของพัสดุ โดยอาศัยหลักเกณฑ์อย่างหนึ่งอย่างใดในการประกอบการพิจารณา ดังนี้
๑.๑ ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด หรือราคาท้องถิ่นของสภาพปัจจุบันพัสดุนั้น ณ เวลาที่จะทำการขาย และควรมีการเปรียบเทียบราคาตามความเหมาะสม
๑.๒ ราคาตามลักษณะ ประเภท ชนิดของพัสดุ และอายุการใช้งาน รวมทั้งสภาพและสถานที่ตั้งของพัสดุ กรณีไม่มีจำหน่ายทั่วไป
ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้างต้น และให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐด้วย
๒. วิธีการขายทอดตลาด
เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นชอบราคาที่ประเมินตามข้อ ๑ แล้ว ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการประกาศขายทอดตลาด โดยนำวิธีการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้โดยอนุโลม
๒.๑ กรณีหน่วยงานของรัฐดำเนินการจำหน่ายพัสดุโดยวิธีการขายทอดตลาดตามวรรคหนึ่งแล้วไม่ได้ผลดี ตามระเบียบฯ ข้อ ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) กำหนดว่า “ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลาดแล้วไม่ได้ผลดี ให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม...” พิจารณาได้ว่า กรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการจำหน่ายพัสดุโดยวิธีการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วไม่ได้ผลดี หมายถึง การขายทอดตลาดแล้วไม่มีผู้สู้ราคาหรือมีผู้สู้ราคาแต่ราคานั้นไม่เหมาะสมหรือต่ำเกินไป หรือมีผู้สู้ราคาแต่ไม่ยอมใช้ราคา ให้ถือว่ากรณีดังกล่าวหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลาดแล้วไม่ได้ผลดี การดำเนินการจำหน่ายพัสดุครั้งถัดไป หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหรือจะนำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม
๒.๒ ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาด กรณีถ้าผู้สู้ราคาสูงสุดไม่ชำระค่าพัสดุที่ประมูลไว้ หน่วยงานของรัฐจะนำพัสดุนั้นออกจำหน่ายโดยวิธีขายทอดตลาด หรือจะนำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลมใหม่อีกครั้ง หากการจำหน่ายพัสดุครั้งหลังนี้ได้เงินน้อยกว่าราคาขายทอดตลาดครั้งก่อน ผู้สู้ราคาสูงสุด (รายเดิม) จะต้องชำระเงินส่วนที่ขาดนั้นให้แก่หน่วยงานของรัฐด้วย
อนึ่ง กรณีการดำเนินการจำหน่ายพัสดุ หากเป็นที่ดินที่มีกฎหมายกำหนดวิธีการจำหน่ายไว้เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบฯ ข้อ ๒๐๒ วรรคหนึ่ง กรณีไม่จำเป็นต้องขายทอดตลาด ตามระเบียบฯ ข้อ ๒๑๕ วรรคหนึ่ง (๑) ก่อน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย