แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสัญญาจ้างในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้อง

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๔๔
ลงวันที่๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒
จำนวน1 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

ผู้รับจ้างก่อสร้างโอนสิทธิรับเงินค่าจ้างให้บุคคลอื่นแล้วไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้างของตน บางหน่วยงานเข้าใจว่าใช้สิทธิตามข้อ 12 ของแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง (นำค่าจ้างมาจ่ายลูกจ้างของผู้รับจ้าง) ไม่ได้ แนวทาง: (1) เมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว หน่วยงานไม่ต้องแจ้งความยินยอมให้ผู้รับโอนทราบ · (2) เมื่อไม่ได้ให้ความยินยอม ผลตาม ป.พ.พ. มาตรา 308 วรรคสอง คือหน่วยงานยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้รับจ้าง (ผู้โอน) ขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ จึงยังใช้สิทธิตามข้อ 12 วรรคสอง ของแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง นำค่าจ้างมาจ่ายลูกจ้างของผู้รับจ้างได้

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
หน่วยงานของรัฐไม่ต้องแจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับโอนทราบ
ว 144/2562
หน่วยงานของรัฐจึงสามารถใช้สิทธิตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดในข้อ ๑๒ วรรคสอง เพื่อนำเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างมาจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้
ว 144/2562

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

2 รายการ

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสัญญาจ้างในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้อง

ด้วยปรากฏว่า มีหน่วยงานของรัฐบางแห่งยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสัญญาจ้างในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้อง โดยมีความเข้าใจว่ากรณีที่ผู้รับจ้างได้โอนสิทธิการรับเงินค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างไปให้บุคคลอื่นและไม่ยอมจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างของผู้รับจ้าง เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างมาร้องเรียนกับทางราชการ หน่วยงานของรัฐผู้ว่าจ้างจะไม่สามารถใช้สิทธิตามข้อ ๑๒ ของแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการนโยบาย) กำหนด เพื่อนำเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างมาจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดปัญหาด้านแรงงานขึ้น

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติและป้องกันมิให้เกิดปัญหาด้านแรงงาน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว ดังนี้

๑. เมื่อผู้รับจ้างได้บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้าง เมื่อหน่วยงานของรัฐได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างแล้ว หน่วยงานของรัฐไม่ต้องแจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับโอนทราบ

๒. จากการที่หน่วยงานของรัฐมิได้มีการให้ความยินยอมเมื่อได้รับคำบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าว ย่อมก่อให้เกิดผลขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๘ วรรคสอง โดยหน่วยงานของรัฐสามารถยกข้อต่อสู้ตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่มีอยู่กับผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นผู้โอนขึ้นต่อสู้กับผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องได้ ดังนั้น ในกรณีนี้หน่วยงานของรัฐจึงสามารถใช้สิทธิตามเงื่อนไขของสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดในข้อ ๑๒ วรรคสอง เพื่อนำเงินค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างมาจ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างได้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

"ข้อ ๑๒" ในหนังสือนี้หมายถึงข้อ ๑๒ ของแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ไม่ใช่ข้อ ๑๒ ของระเบียบฯ — เลขข้อในแบบสัญญาฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันควรตรวจกับแบบสัญญาอีกครั้ง

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่