เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเหตุแห่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ตามที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติกรณีที่หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา โดยกรณีตาม (๓) บัญญัติว่า “เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง” ประกอบกับแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด ข้อ ๗ (ก) และข้อ ๗ (ข) ได้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญาไว้ ซึ่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงนั้น พระราชบัญญัติฯ กำหนดให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจ (หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) ที่จะเป็นผู้พิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง แต่ในทางปฏิบัติยังเป็นปัญหา เนื่องจากหน่วยงานของรัฐยังไม่มีหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการที่จะพิจารณาว่า เหตุที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ แม้แบบสัญญาได้กำหนดไว้เช่นนี้ แต่หน่วยงานของรัฐต้องใช้ดุลพินิจว่า เหตุอันที่จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อบอกเลิกสัญญาได้นั้น พฤติการณ์ของเหตุดังกล่าวจะต้องเป็นการกระทำในลักษณะใด และความผิดหรือความร้ายแรงแห่งพฤติการณ์ดังกล่าวจะต้องถึงขนาดใด เป็นผลให้ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐไม่ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุดังกล่าว นั้น
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) ซ้อมความเข้าใจในกรณีที่ระหว่างระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้ายได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง เป็นเหตุที่หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญากับคู่สัญญาได้ ตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติฯ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย