ซ้อมความเข้าใจเหตุแห่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

เลขที่ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๖
ลงวันที่๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
จำนวน2 หน้า

สรุปสั้น

พัสดุ.net สรุป · อ่านตัวหนังสือด้านล่างประกอบ

ถ้าระหว่างอายุสัญญาจนถึงวันที่ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หน่วยงานของรัฐใช้ดุลพินิจบอกเลิกสัญญาได้ตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (3) หนังสือนี้ออกมาเพราะที่ผ่านมาหน่วยงานไม่กล้าใช้ดุลพินิจบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุนี้ เนื่องจากไม่มีแนวทางว่าความผิดต้องร้ายแรงถึงขนาดใด

เงื่อนไขที่ต้องครบ

ข้อความสำคัญ

คัดจากหนังสือคำต่อคำ
ในกรณีที่ระหว่างระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้ายได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง เป็นเหตุที่หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญากับคู่สัญญาได้
ว 126/2569

ตัวบทที่หนังสืออ้างถึง

3 รายการ
มาตรา 103 พ.ร.บ. 2560 · หมวด 10 — การบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุ
มาตรา ๑๐๓ ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของ ผู้มีอำนาจที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (๑) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (๒) …
มาตรา 24 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 1 — คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี (๒) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและป…
มาตรา 29 พ.ร.บ. 2560 · ส่วนที่ 2 — คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
มาตรา ๒๙ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อคณะกรรมการนโยบาย …

ตัวหนังสือ

ถอดจากต้นฉบับ

เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเหตุแห่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

ตามที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติกรณีที่หน่วยงานของรัฐสามารถพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา โดยกรณีตาม (๓) บัญญัติว่า “เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง” ประกอบกับแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด ข้อ ๗ (ก) และข้อ ๗ (ข) ได้มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการกำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญาไว้ ซึ่งการพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงนั้น พระราชบัญญัติฯ กำหนดให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจ (หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) ที่จะเป็นผู้พิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง แต่ในทางปฏิบัติยังเป็นปัญหา เนื่องจากหน่วยงานของรัฐยังไม่มีหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการที่จะพิจารณาว่า เหตุที่คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้ แม้แบบสัญญาได้กำหนดไว้เช่นนี้ แต่หน่วยงานของรัฐต้องใช้ดุลพินิจว่า เหตุอันที่จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อบอกเลิกสัญญาได้นั้น พฤติการณ์ของเหตุดังกล่าวจะต้องเป็นการกระทำในลักษณะใด และความผิดหรือความร้ายแรงแห่งพฤติการณ์ดังกล่าวจะต้องถึงขนาดใด เป็นผลให้ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐไม่ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาด้วยเหตุดังกล่าว นั้น

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) ซ้อมความเข้าใจในกรณีที่ระหว่างระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้ายได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากหรือแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง เป็นเหตุที่หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญากับคู่สัญญาได้ ตามมาตรา ๑๐๓ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติฯ

— หน้า 2 —

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย

ข้อจำกัด
ข้อความถอดจากไฟล์ที่เผยแพร่บน gprocurement.go.th และตรวจเทียบกับภาพหน้าจริงแล้ว แต่การใช้อ้างอิงในงานราชการ ควรเปิดต้นฉบับประกอบทุกครั้ง และตรวจว่ามีหนังสือฉบับใหม่กว่าในเรื่องเดียวกันหรือไม่