เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการกำหนดรายละเอียดงานดินถม งานดินตัก และฐานรากในการจ้างก่อสร้าง
ด้วยปรากฏว่า มีหน่วยงานของรัฐบางแห่งได้กำหนดรายละเอียดของงานฐานรากในลักษณะเป็นทางเลือกตามผลการทดสอบดินก่อนทำการก่อสร้าง แต่ไม่ได้มีการตกลงกันในเรื่องของราคาค่าจ้างในแต่ละลักษณะไว้ก่อน รวมทั้งมีหน่วยงานของรัฐบางแห่งได้กำหนดรายละเอียดของงานดินถม งานดินตักในงวดค่างานก่อสร้างแตกต่างไปจากสภาพข้อเท็จจริงมาก ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินการตามสัญญาจ้างเมื่อมีการก่อสร้างจริง ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและเกิดความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การปฏิบัติมีความชัดเจนและเป็นไปแนวทางเดียวกัน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง (๖) ประกอบมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดแนวทางปฏิบัติในการกำหนดรายละเอียดของงานดินถม งานดินตัก และฐานรากในงานก่อสร้างใหม่ ดังนี้
๑. ให้หน่วยงานของรัฐสำรวจและกำหนดปริมาณงานดินถม งานดินตัก ในแบบรูปรายการละเอียดให้ใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง และให้พยายามพิจารณาดำเนินการสำรวจสภาพดินในสถานที่ก่อสร้าง เพื่อกำหนดแบบรูปและรายการละเอียดในงานฐานรากให้แน่นอนชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความสั้นยาวและขนาดของเสาเข็มที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงราคาค่างานก่อนเริ่มดำเนินการจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
๒. ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ ไม่อาจกำหนดแบบรูปและรายการละเอียดในงานฐานรากให้แน่นอนได้ จำเป็นจะต้องให้มีทางเลือกในการเปลี่ยนแปลงรายการฐานรากตามสภาพของการก่อสร้างได้โดยปกติให้กำหนดเงื่อนไขในลักษณะเป็นทางเลือกไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ต้องตอกเสาเข็มหรือใช้ฐานแผ่ หรือขนาดความสั้นยาวของเสาเข็มและในชั้นการเสนอราคาของผู้รับจ้างก่อสร้างและการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐ ให้มีการกำหนดราคาค่าจ้างในส่วนต่างๆ ให้ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้น และระบุไว้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างด้วย
๓. กรณีนอกเหนือจาก ข้อ ๒ หากมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงแบบรูปและรายการละเอียดในงานฐานราก ทำให้ราคาค่าจ้างมีวงเงินสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม หน่วยงานของรัฐจะต้องพิจารณาดำเนินการในเรื่องของการแก้ไขสัญญา โดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งคู่สัญญาจะต้องมีการตกลงกันในเรื่องของเนื้องานที่เปลี่ยนแปลงไปและราคาจ้างรวมทั้งระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงพร้อมกันไปด้วย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการวินิจฉัย